สาหลักเศรษฐกิจของมณฑลลั่วเฟิงหาย ทั้งมณฑลลั่วเฟิงจะล่มสลาย”
“ดังนั้นเขาแอบไปหาตระกูลหงส์ หวังว่าจะซื้อเลือดหงส์มาบ้าง ผลิตหินเลือดหงส์รุ่นใหม่”
“ตอนแรกตระกูลหงส์ไม่ยอม พวกเขาหยิ่งผยอง ไม่แปดเปื้อนฝุ่นผง ไม่ยอมขายเลือดให้ผู้ว่าการมณฑล”
“เมื่อผู้ว่าการมณฑลเขียนรายได้จากการขายหินเลือดหงส์ทุกปี และสัญญาว่าจะแบ่งกำไรให้ตระกูลหงส์สามส่วน ท่าทีของตระกูลหงส์ก็เปลี่ยนไปทันที”
ทุกคนมองไปที่เจียงซาน คนตระกูลหงส์เพียงคนเดียวที่อยู่ในที่นี้
เจียงซานพูดอย่างชอบธรรม
“ตระกูลหงส์พวกเรามีคนมากมาย กิน ใส่ อยู่ เดินทาง อย่างไหนไม่ต้องใช้หินวิเศษ? พวกเราใช้ความสามารถของตัวเองหาเงินมาจุนเจือครอบครัวผิดตรงไหน?”
ลู่หยางเพิ่งเคยได้ยินคนพูดเรื่องขายเลือดให้ดูสูงส่งได้ขนาดนี้
ลู่หยางนึกถึงที่หลี่หาวเหรินเคยพูดว่า “ตระกูลหงส์เป็นเผ่าปีศาจที่หยิ่งผยองที่สุด เลือดของพวกเขามีค่ายิ่ง มนุษย์อยากได้เลือดของพวกเขายากเย็นราวกับปีนขึ้นสวรรค์”
ยากเย็นราวกับปีนขึ้นสวรรค์งั้นเหรอ
ผู้ว่าการมณฑลชายตามองเจียงซาน
“ถ้าตระกูลหงส์พวกเจ้าชอบธรรมขนาดนี้ ทำไมยังเรียกร้องให้ทำหินเลือดหงส์ให้ดูเก่า ยืนกรานไม่ให้คนนอกเห็นว่าเพิ่งแช่เสร็จ?”
เจียงซานหลบสายตาอย่างละอายใจ ไม่กล้าสบตาผู้ว่าการมณฑล
“ตระกูลหงส์ยอมขายเลือดหงส์ แต่เรียกร้องให้รักษาความลับไม่ให้คนอื่นเห็น ท่านผู้ว่าการมณฑลรุ่นนั้นจึงค้นคว้าวิธีทำให้หินเลือดหงส์ดูเก่าอย่างรวดเร