ี่จี๋หงเหวินจะสอน”
ลู่หยางกำลังสวมชุดขาวกระชับร่างฝึกกระบี่ หม่านกู่ก็มาหา พร้อมกับเมิ่งจิ่งโจว
“ข้าก็ถูกหม่านกู่เรียกมา”
เมิ่งจิ่งโจวอธิบายพลางยิ้ม ได้เรียนวิชาเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง จะไม่ดีได้อย่างไร?
“ทำไมพี่จี๋หงเหวินอยู่ดีๆ คิดจะสอนวิชาพวกเรา?”
ลู่หยางสงสัย จี๋หงเหวินเป็นศิษย์คนโตของผู้อาวุโสสี่ผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อ เชี่ยวชาญวิถีจิตรกรรม วรยุทธ์เทียบเท่าพี่ไต้ปู้ฟาน
“อ๋อ เป็นอย่างนี้”
หม่านกู่อธิบาย “ข้าคิดว่าการต่อสู้ของผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อควรสง่างามกว่านี้ อย่างข้าที่ถือค้อนเหล็กใหญ่ต่อสู้ ไม่ใช่ท่าทางที่ผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อควรมี จึงอยากเรียนวิชาที่สุภาพกว่านี้”
ลู่หยางมองหม่านกู่อย่างแปลกใจ ตกตะลึงราวกับเห็นเทวดา หรือว่าหม่านกู่กำลังจะทำลายคำสาปที่เซียนอมตะสาปชนเผ่าโบราณ? น่ายินดี น่ายินดีจริงๆ
“อีกอย่าง ค้อนของข้าส่งไปให้หลี่หาวเหรินอัพเกรด ตอนนี้ฝึกวิชาค้อนไม่ได้ชั่วคราว ไปหาอย่างอื่นทำดีกว่า”
“แล้วข้าก็ไปเจอพี่จี๋ ถามว่าสอนวิชาของผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อให้ข้าสักหนึ่งสองท่าได้ไหม เขาบอกได้ ข้าถามว่าชวนพวกเจ้าสองคนมาเรียนด้วยได้ไหม เขาบอกได้ นี่ไง ข้าเลยมาตามเจ้ากับพี่เมิ่ง”
ลู่หยางพยักหน้า “มีน้ำใจจริงๆ”
หม่านกู่รีบพูด “พี่ลู่พูดอะไรอย่างนั้น ข้าอยู่ข้างกายท่านกับพี่เมิ่งได้เรียนรู้หลักการมากมาย นี่ข้าแค่ฉวยโอกาส ให้พี่จี๋สอนข้าพร้อมสอนพวกท่านด้วย”
เมิ่งจิ่งโจวตบไหล่หม่านกู่ “เรียกว่าตาม