ในห้วงจิต หญิงงามสองนางนั่งเคียงข้างกัน แต่ละคนมีเสน่ห์เป็นของตนเอง ชวนให้ผู้พบเห็นชื่นชมเจริญตา
หยุนจือถือม้วนหนังสือ นั่งนิ่งๆ มีกลิ่นอายของนักปราชญ์ ดูเหมือนไม่อยากขัดแย้งกับโลก
เซียนอมตะนั่งอย่างเป็นกันเอง หาวด้วยความเบื่อ ดูเหมือนจะถูกโลกตัดขาด
“เด็กน้อย ถึงระดับพวกเราแล้ว ยังต้องดูหนังสือทีละหน้าอีกหรือ ใช้พลังจิตกวาดทีเดียว ก็รู้ทุกอย่างแล้วไม่ใช่หรือ”
เซียนอมตะถามพลางหาว ไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเลย
ลู่หยางที่อยู่ข้างๆ ส่ายหน้าไปมา เซียนช่างงดงาม น่าเสียดายที่เป็นเซียนที่เคลื่อนไหวได้
เซียนอมตะคิดแล้วก็รู้สึกว่าก็ไม่เลว “เจ้าอ่านหนังสืออะไรอยู่”
“วิธีเป็นศิษย์พี่ใหญ่ที่ดี”
“ชื่อแปลกดีนะ”
“ใช่ ข้าเขียนเอง”
ลู่หยางที่อยู่ข้างๆ ถามลอยๆ โดยไม่ได้ตั้งใจยั่วยุ “ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านไม่รู้สึกอะไรที่เซียนเรียกท่านว่าเด็กน้อยหรือ”
เซียนอมตะจ้องลู่หยางด้วยความโกรธ นี่เป็นคำถามที่ศาสดาควรถามหรือ
หยุนจือพยักหน้าเบาๆ การเคลื่อนไหวแทบสังเกตไม่เห็น
“ท่านผู้อาวุโสพูดไม่ผิด แม้ไม่นับว่ายุคสมัยของท่านห่างจากตอนนี้สามแสนปี แค่ดูจากอายุจริงของท่าน การที่ท่านเรียกข้าว่าเด็กน้อยก็ไม่ผิด”
อาจเพราะความโง่ทำให้กล้า เซียนอมตะแข็งข้อขึ้นมา “เฮ้ยๆๆ คำพูดนี้ข้าทำเป็นไม่ได้ยินไม่ได้นะ ข้าอายุแค่สิบหกเอง!”
ลู่หยางต่อคำ “ที่เซียนพูดหมายถึง IQ หรือระดับพัฒนาการทางสมองหรือ”
เซียนอมตะโกรธจัด ตะโกนท้าต่อสู้กับลู่หยาง