ลู่หยางเรียนภาษาโบราณตามเซียนอมตะ คำศัพท์ยากๆ ผุดขึ้นมาทีละคำ
หลังจากท่องตามหลายครั้ง ลู่หยางก็สามารถพูดประโยคนี้ได้อย่างคล่องแคล่ว
“ว่าแต่ หากจะปลุกหวงโต้วโต้ว ไม่ว่าจะเรียกชื่อเจ้าด้วยภาษาโบราณหรือภาษาปัจจุบัน ก็ปลุกได้?”
ลู่หยางนึกขึ้นได้ว่าตอนปลุกเซียนอมตะ เขาใช้ภาษาปัจจุบัน
“ฮิๆ บอกแล้วไง ผลของการบำเพ็ญของข้าคือ ‘อมตะ’ อมตะก็คือคงอยู่ชั่วนิรันดร์ จะมัวติดอยู่กับความแตกต่างทางภาษาได้อย่างไร แต่เรื่องนี้เซียนอิงเทียนและคนอื่นๆ ไม่รู้หรอก”
เซียนอมตะหัวเราะอย่างซุกซน ยินดีแบ่งปันความลับเล็กๆ นี้กับลู่หยาง
“เรื่องนี้เจ้าอย่าไปบอกคนอื่นนะ ที่ข้าบอกเจ้าก็เพราะเจ้าปลุกข้าขึ้นมา แล้วยังให้ข้าอาศัยอยู่ในร่างเจ้ามานานขนาดนี้!”
เซียนอมตะกำชับ
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
ลู่หยางตบอกรับรอง
ลู่หยางเริ่มเรียนวิชาทำนายอนาคตอย่างจริงจัง เขานั่งขัดสมาธิพินิจพิเคราะห์วิชาที่มีชื่อเสียงโด่งดังแม้แต่ในตำนานยุคโบราณนี้
ลู่หยางแทบไม่ให้เซียนอมตะชี้แนะ กลัวว่านางจะชี้แนะจนเขาหลงทาง แต่หากเจอเรื่องที่คิดไม่ออกจริงๆ ก็ต้องถาม
เซียนอมตะมองลู่หยางค่อยๆ เข้าถึงแก่นแท้ของการทำนายอนาคต แอบตกใจ นี่แสดงว่าลู่หยางใกล้จะเรียนสำเร็จแล้ว
นางเคยพูดว่าพรสวรรค์ด้านวิชาของลู่หยางสู้นางไม่ได้ เพราะไม่กล้ายอมรับว่าพรสวรรค์ของลู่หยางเหนือกว่านาง
ตอนนางอยู่ขั้นสร้างฐาน ยังเรียนวิชาเกี่ยวกับเวลาไม่ได้เลย
คนขั้นสร้างฐานช่วงกลาง เรียน