เกี่ยวกับเซียนซุ่ยยวี่ ลู่หยางรู้แค่ฉายาของเขา ส่วนอื่นๆ ไม่รู้เลย แต่ก็พอจะคาดเดาอะไรได้บ้าง
เหมือนอย่างเซียนอมตะมีคำนำหน้าว่า “อมตะ” ลักษณะพิเศษคือการเป็นอมตะ ก็สามารถคาดเดาได้ว่าลักษณะพิเศษของเซียนซุ่ยยวี่คงเกี่ยวข้องกับ “ซุ่ยยวี่” หรือเวลานั่นเอง
วิชาที่เซียนซุ่ยยวี่สอนเซียนอมตะ แล้วเซียนอมตะมาถ่ายทอดให้ตน ก็เท่ากับได้รับความเมตตาจากเซียนถึงสององค์ เพียงพอจะพิสูจน์ความร้ายกาจของวิชานี้!
อีกทั้งวิชาเกี่ยวกับเวลาก็เป็นวิชาที่หายากที่สุดในบรรดาวิชาทั้งหมด หายากยิ่งกว่าวิชาเกี่ยวกับพื้นที่หรือโชคชะตา
“ทำไมเซียนซุ่ยยวี่ถึงสอนวิชานี้ให้เจ้า?”
ลู่หยางนึกในใจว่า คงไม่ใช่ว่าหวงโต้วโต้วทำให้เซียนซุ่ยยวี่มึนงงจนหลอกเอาวิชามาจากปากเขาหรอกนะ?
ลู่หยางยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้
เซียนอมตะแกล้งโกรธ “พูดอะไรของเจ้า ด้วยเสน่ห์ในตัวข้า การที่เซียนซุ่ยยวี่อ้อนวอนให้ข้าเรียนวิชาไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรือ!”
เห็นได้ชัดว่าถูกเจ้าทำให้โง่แล้ว
“แล้วความจริงล่ะ?”
“มีครั้งหนึ่งข้าบ่นกับเซียนซุ่ยยวี่ว่า ข้าอุตส่าห์ทำอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย เชิญพวกเจ้ามา แต่พวกเจ้าไม่มาสักคน เสียอาหารไปเปล่าๆ จะสอนวิชาที่ช่วยให้รู้ล่วงหน้าว่าพวกเจ้าจะมาหรือไม่มาให้ข้าได้ไหม? จะได้เตรียมอาหารให้พอดี”
“เซียนซุ่ยยวี่ทำท่าไม่ค่อยเต็มใจ ข้าก็เดาออกว่าเขาคงกลัวว่าถ้าข้าเรียนวิชานี้ได้ เขาก็จะตกงาน เข้าใจได้”
“ข้าเห็นเขา