อย่างไร นั่นเป็นเพราะข้ายังไม่ได้ลงมือ หากข้าลงมือ จะมีลู่หยางทำอะไรได้!”
“เกาเฒ่า ออร์เดอร์มากเกินไป ข้าทำไม่ทัน เจ้าก็เปิดเตาหนึ่งสิ!”
“ได้!”
เกินคาดว่า ฝีมือย่างเนื้อของรองประมุขเกาไม่ด้อยไปกว่ารองประมุขหลิวเลย!!
บนอัฒจันทร์ ลู่หยางนำเนื้อย่างมาส่งให้พี่ใหญ่ สิ่งที่ได้รับคือสายตาแปลกใจของชิวจิ้นอัน
ทำไมเจ้าสำนักลู่ถึงตกต่ำมาขายเนื้อย่าง?
ผ่านไปเพียงเท่านี้ ในช่วงนี้เกิดอะไรขึ้น?
ชิวจิ้นอันคิดไม่ออก
“เตรียมการเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ในร้านเหลือแขกเพียงเจ็ดคน ตามแผน จะมีศิษย์มาสั่งอาหาร คงไม่มีเหตุผิดปกติ”
“รู้แล้ว กลับไปเถอะ”
ตอนลู่หยางกลับ เหลือมองลานประลอง การแข่งขันรอบที่สองเริ่มแล้ว ตัวแทนสำนักเวิ่นเต๋าคือศิษย์พี่อี้จิ่งที่เคยถูกเซียนอมตะท้าสู้ข้ามขั้นเช่นกัน
ลู่หยางสังเกตเห็นบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ดูการแข่งขันด้านล่าง ถือเนื้อย่างมากมาย รู้สึกแปลกใจ แม้แต่ไป๋หมิงที่เพิ่งแพ้ก็กำเนื้อย่างไว้เต็มมือ กินอย่างเอร็ดอร่อย
เกิดอะไรขึ้น?
เมื่อลู่หยางกลับไปที่ร้าน เมิ่งจิ่งโจวและหม่านกู่ก็กลับมาแล้ว วุ่นวายไปมา ช่วยรองประมุขทั้งสอง
คนที่แอบจัดการให้มาซื้อเนื้อย่างเข้าแถวไม่ทัน พวกเขาเห็นลู่หยางก็กางมือทั้งสอง ทำท่าจนใจ
ผู้อาวุโสที่สองกินเนื้อย่างริมทาง กินจนน้ำมันเลอะปาก เห็นลู่หยางมาก็ทักทาย “หาคนมาจากไหน ฝีมือย่างเนื้อเป็นเลิศเชียว”
ซางกวนอวี่ข้างๆ ก็บอกว่าจะมาสำนักเวิ่นเต๋าบ่อยๆ
ลู่หย