นเหยื่อในยามค่ำคืน
ห้าสำนักใหญ่เวลามาเยือนกัน มักจะนำของขวัญมาด้วย
เช่น สำนักเยว่กุยเซียนกงมักนำกิ่งต้นกุ่ย แก่นพลังจันทราเป็นของขวัญ วัดเสวี่ยนคงนำพระสูตร วัตถุมงคลเป็นของขวัญ สำนักเจิ้นอวี๋นำภูตผีปีศาจที่ฝึกแล้วเป็นของขวัญ
สำนักเวิ่นเต๋ากลับพิเศษกว่า หรือพูดว่าเป็นตามอารมณ์ โดยเฉพาะตอนที่ท่านเต๋าปู้อวี่ยังอยู่
เช่น ให้วิชาฝึกร่างกายระดับสูงกับสำนักเยว่กุยเซียนกง ฝึกแล้วกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ผิวแข็งเหมือนเหล็กหลอม บีบก็ไม่เป็นรอย สามารถบุกทะลวงทุกอย่าง ทำเอาคนสำนักเยว่กุยเซียนกงโกรธจนอยากทุบคน ผู้หญิงฝึกแล้วจะดูเป็นยังไง?
หรืออย่างให้วิชาปิดปากสูญหายกับวัดเสวี่ยนคง ท่านเต๋าปู้อวี่ยังบอกว่าตนเองฝึกแล้ว ได้ผลดีมาก
เจ้าอาวาสหัวเราะแห้งๆ สองที คิดในใจว่าไอ้บ้านี่ถ้าฝึกได้จริง จะได้ชื่อว่า “ปู้อวี่” (ไม่พูด) ได้อย่างไร?
ท่านเต๋าปู้อวี่ยืนยันว่านี่เป็นของจริง เจ้าอาวาสวัดเสวี่ยนคงลังเลแล้วลองฝึกดู แล้วเขาก็พบว่าพอพูดทีไร มีแต่กลิ่นกระเทียม คนรอบข้างขอร้องให้เขาหุบปาก
ท่านเต๋าปู้อวี่อธิบายว่า: “วิชาปิดปากก็คือการที่คนอื่นบอกให้เจ้าหุบปากไง?”
เจ้าอาวาสโกรธจนกลายร่างเป็นพระอักโขภยะ ปราบท่านเต๋าปู้อวี่ไอ้บ้านี่