าง!”
ลู่หยางย่อเฉพาะร่างกาย เสื้อผ้ายังคงขนาดเดิม เขาพยายามจับมุมเสื้อทั้งสี่ ทำเป็นร่มชูชีพอย่างง่ายๆ ความเร็วจึงลดลง
“ฮู้…” ลู่หยางถอนหายใจ
สองข้างเป็นหน้าผาชัน ลู่หยางลอยโคลงเคลงอยู่ตรงกลาง รู้สึกกระวนกระวาย ไม่รู้ว่าอะไรรอเขาอยู่
“เร็วดู หน้าผาด้านนั้นมีส่วนยื่น เหมือนแท่นราบ เจ้าลงตรงนั้น!” เซียนอมตะร้อง
“ตรงไหน ข้าไม่เห็น” ลู่หยางขมวดคิ้ว
“ด้านซ้าย อยู่ด้านซ้าย พลังจิตเจ้าแผ่ได้ไม่ไกลเท่าข้า ข้าเห็นก่อนเจ้า!”
ลู่หยางเคลื่อนไปตามทิศที่เซียนอมตะบอก จอดลงบนแท่นราบได้จริงๆ เมื่อเท้าแตะพื้น ลู่หยางถึงได้ผ่อนคลายจริงๆ เมื่อครู่ตกใจจนแทบตาย
“เมื่อครู่เจ้าใช้วิชาใกล้ไกลพริบตาจริงๆ หรือ?”
เซียนอมตะมองลู่หยางอย่างสงสัย นางเคยใช้มาหลายครั้ง แต่ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้เลย
“น่าจะใช่…มั้ง”
ลู่หยางก็ไม่แน่ใจนัก ตอนนี้เขารู้พรสวรรค์ด้านวิชาของตัวเองแล้ว รู้ว่าเรียนผิดเพี้ยนไม่ใช่ความผิดศิษย์พี่ใหญ่คนเดียว ตัวเขาก็มีส่วนด้วย
“อย่างน้อยก็เป็นวิชาพื้นที่จริงๆ และเป็นวิชาที่ส่งตัวเองออกไปได้”
ลู่หยางปลอบใจตัวเอง อีกอย่าง วิชาใกล้ไกลพริบตาที่ลู่หยางฝึกยังมีข้อดีอีกข้อ ผู้บำเพ็ญวิชาพื้นที่กลัวที่สุดคือเจอศัตรูที่ฝึกวิชาพื้นที่เหมือนกัน อีกฝ่ายจะคำนวณตำแหน่งที่จะส่งตัวไป ไล่ตามไม่เลิก ยากจะสลัดหนี ลู่หยางไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย เพราะตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าจะส่งตัวเองไปไหน
“ว่าแต่ที่นี่คือที่ไหน?”
ลู