ระหว่างเจ้ากับข้าคงต้องต่อสู้กันแล้ว”
ฉื่อสวี่หลงกับเฉินจิ้นอี้ยิ้มเยาะที่มุมปาก ชักอาวุธเข้าประจัญบาน
เมิ่งจิ่งโจว หม่านกู่ และหลันถิงก็เช่นกัน
การต่อสู้เริ่มขึ้น
…
ลู่หยางนำข่าวการตายของฉื่อสวี่หลงและเฉินจิ้นอี้มาแจ้งหัวหน้าสาขาชู
ฉื่อสวี่หลงและเฉินจิ้นอี้จะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีทางรอดพ้นจากมือศิษย์สำนักใหญ่สี่คน เป็นการต่อสู้ที่ไม่ต่างจากการบดขยี้ฝ่ายเดียว ทั้งสองตายอย่างอนาถ แม้แต่หลันถิงดูแล้วยังเสียความอยากอาหาร
ลู่หยางหยิบลูกแก้วบันทึกภาพออกมาพลางอธิบายกับหัวหน้าสาขาชู “นิสัยของฉื่อสวี่หลง ท่านก็รู้ ไม่พอใจนิดหน่อยก็ฆ่าคน ข้าก็กลัวเรื่องแบบนี้จะเกิด ถึงได้บันทึกภาพไว้ก่อน กันเขามาร้องทุกข์กับท่านว่าข้ารังแกเขา”
“ตอนนี้ดูเหมือนเขาคงไม่มีทางมาหาท่านแล้ว”
“ลูกแก้วบันทึกภาพมีปัญหาตรงไหนไม่รู้ บันทึกได้ขาดๆ หายๆ แต่ก็พอจะเห็นสถานการณ์ตอนนั้นได้ ท่านดูเถิด”
หัวหน้าสาขาชูที่นั่งบนเก้าอี้หยกหยิบลูกแก้วบันทึกภาพขึ้นมา เห็นภาพเหตุการณ์ตอนนั้น
“ฉื่อสวี่หลง พวกเราไม่จำเป็นต้องแข็งกร้าวกันขนาดนี้นะ” ลู่หยางพยายามประนีประนอมกับฉื่อสวี่หลง
“ลู่หยาง! เจ้าสมควรตาย!” เห็นได้ชัดว่าฉื่อสวี่หลงไม่รับไมตรี
“พวกเราคงมีความเข้าใจผิดกัน ต้องมีคนใส่ร้ายป้ายสีแน่ๆ เอาอย่างนี้ไหม พวกเราไปหาหัวหน้าสาขาชูพูดให้กระจ่าง ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้า ก็ต้องเชื่อหัวหน้าสาขาชูใช่ไหม?”
“หัวหน้าสาขาชู…หน้าไหนของเจ้า!”
“หั