เมื่อเจอการกล่าวหาใส่ร้ายอย่างชำนาญของลู่หยาง เมิ่งจิ่งโจวแค่นเสียงโต้แย้ง “อะไรกัน ข้าทำให้เขาตกใจหนี? ไม่ได้ยินที่เขาพูดหรือ บอกว่าในอนาคตเจ้าจะมีเรื่องพัวพันกับเซียน”
“ไม่แน่เจ้าอาจทำเรื่องที่ทั้งคนทั้งเทพรังเกียจ จนเซียนต้องรวมตัวกันปราบเจ้า!”
ลู่หยางโบกมือ “เป็นไปไม่ได้หรอก ข้ารู้ตัวเองดีว่าทำอะไรเสมอ ไม่มีทางทำเรื่องเกินเลยขนาดนั้น ต้องเป็นข้ออ้างที่หลัวป๋อแต่งขึ้นมาแน่ๆ”
สองคนต่างโยนความผิดให้กัน ไม่ยอมรับว่าเป็นปัญหาของตัวเอง
หม่านกู่อ้าปากจะพูด อยากบอกว่าบางทีอาจเป็นปัญหาของทั้งสองคน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา
ผ่านการคบหาหลายวัน หลันถิงค่อยๆ คุ้นเคยกับลีลาการพูดของลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจว เมื่อพวกเขาโต้เถียงกัน นางก็ทำเป็นไม่ได้ยิน
“ดูสิ ข้างหน้าคือสมาคมการค้าลั่วตี้จินเฉียน ข้าพาพวกเจ้าเที่ยวชม!”
หน้าสมาคมการค้าลั่วตี้จินเฉียนมีหมูอ้วนถือเหรียญตัวหนึ่งวางอยู่ เป็นมาสคอตประจำสมาคม
ลู่หยางได้ยินชื่อเสียงสมาคมการค้าลั่วตี้จินเฉียนมานาน อยากไปเที่ยวชมดู
การตกแต่งภายในสมาคมเรียบง่าย แต่แฝงรสนิยม แตกต่างจากสมาคมที่รวยกะทันหันที่พยายามอวดความมั่งคั่งโดยสิ้นเชิง
สมาคมการค้าลั่วตี้จินเฉียนไม่จำเป็นต้องอวด ชื่อเสียงของมันบอกทุกอย่างแล้ว
ในดินแดนกลาง ชื่อสมาคมการค้าอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน ไม่มีใครไม่รู้ไม่เห็น
สินค้าที่วางเรียงในสมาคมทำให้หม่านกู่ตาลาย มีทั้งยาที่ปรมาจารย์หลอมอย่างพิถี