หมอดูเป็นผู้บำเพ็ญอายุราวๆ ลู่หยาง เขาสังเกตเห็นสายตาของลู่หยาง จึงอธิบายด้วยน้ำเสียงบ่นว่า “ช่วยไม่ได้ คนสมัยนี้ไม่ค่อยเชื่อเรื่องดูดวงแล้ว พูดกันว่าชีวิตข้าข้าเป็นคนกำหนด ไม่ใช่สวรรค์กำหนด หาเลี้ยงปากท้องลำบากนะ”
“คนชอบดูดวงด้วยแปดทิศ ข้าก็เตรียมแผ่นแปดทิศไว้”
“คนอยากดูดวงการพนัน ข้าก็เตรียมลูกเต๋าไว้”
“คนคิดว่าทายอักษรแม่น ข้าก็เตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนครบชุดไว้”
“คนคิดว่าโยนเหรียญใช้ได้ผลที่สุด ข้าก็เตรียมเหรียญทองแดงเก้าเหรียญไว้”
“ส่วนลูกแก้วนี่ เป็นกระแสที่เพิ่งเกิดในทะเลบูรพาสองสามปีมานี้ ผู้คนชอบใช้ลูกแก้วดูดวง ข้าถึงขั้นไปทะเลบูรพาเพื่อเรียนวิชานี้มา”
“และลูกแก้วนี้ภายนอกใช้ดูดวง แต่ลับๆ ยังดูภาพเคลื่อนไหวได้ด้วย ใช้หนึ่งอย่างได้เงินสองทาง”
“เป็นไง จะเลือกดูแบบไหนดี ไม่แม่นไม่คิดเงิน” หมอดูเชียร์ตัวเองอย่างกระตือรือร้น
ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวมองหมอดูอย่างระแวง เกิดความระวังในใจ รู้สึกว่าหมอดูผู้นี้ไม่ธรรมดา ราวกับมองออกบางอย่าง
หม่านกู่เพิ่งเคยเจอหมอดูเป็นครั้งแรก รู้สึกสนใจมาก “ดูดวงให้ข้าได้ไหม?”
หมอดูยิ้มมุมปาก “ได้สิ ขอถามแขกว่าจะใช้วิธีไหน อยากดูเรื่องอะไร?”
หม่านกู่คิดแล้วคิดอีก คิดว่าตนเป็นผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อ จึงพูดว่า “ทายอักษรแล้วกัน ข้าจะเขียนตัวอักษรหนึ่งตัว ท่านทายว่าข้าจะได้เป็นปราชญ์ใหญ่หรือไม่”
“เชิญ” หมอดูจัดอุปกรณ์เครื่องเขียนอย่างชำนาญ เชิญหม่านกู่ลงมือ
หม