ยนเจียง ก็ใช้หน้าจริงตลอด
ลู่หยางปรึกษาเมิ่งจิ่งโจว “หรือว่าข้าจะรำมวยเลียนแบบสักชุด แปลงร่างเป็นเจ้า?”
คำตอบที่ได้คือเมิ่งจิ่งโจวตบเต้าหู้และบะหมี่ใส่หน้าลู่หยาง
ลู่หยางจึงสวมหน้ากากเต้าหู้และบะหมี่
ภายในตลาดนัดเต็มไปด้วยบรรยากาศการบำเพ็ญเซียน โดมป้องกันขนาดใหญ่ครอบคลุมทั้งตลาดนัด แผ่รัศมีนุ่มนวล แตกต่างจากบรรยากาศภายนอกโดยสิ้นเชิง ผู้บำเพ็ญที่ไม่ได้พบกันนานจิบสุราในร้านริมทาง พูดคุยถึงสิ่งที่ได้เห็นได้ยินเมื่อไม่นานมานี้ ผู้บำเพ็ญกับพ่อค้าต่อรองราคาสินค้า ต่างพยายามหาเหตุผลมาเถียง หวังจะได้กำไรหินวิเศษสักสองสามก้อนจากอีกฝ่าย ทางการตั้งเวทีประลอง ผู้บำเพ็ญที่อยากประลองวิชาสามารถต่อสู้บนเวทีได้อย่างเต็มที่
“มาดูมาชมกัน ยาเม็ดพละกำลังตำรับบรรพบุรุษ กินเพียงเม็ดเดียว พละกำลังไร้ขีดจำกัด!”
ลู่หยางรู้สึกสนใจ เขาตามเสียงไป พบว่าที่นี่เป็นร้านยา
ดูท่าร้านยานี้เป็นของผู้บำเพ็ญ ไม่รู้ว่าคนร้องขายเป็นลูกศิษย์หรือช่างหลอมยา
“เม็ดละกี่หินวิเศษ?”
ลูกศิษย์ช่างหลอมยาตอบ “หินวิเศษสิบก้อนต่อเม็ด ซื้อสามแถมหนึ่ง ซื้อห้าแถมสอง”
ราคาไม่แพง แสดงว่าผู้ใช้ยาไม่ใช่คนระดับขั้นสร้างฐานอย่างลู่หยาง แต่เป็นขั้นฝึกลมปราณ
ลู่หยางอยากซื้อสองเม็ดเก็บไว้เป็นที่ระลึก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนนอกสำนักเวิ่นเต๋าหลอมยา “ผลเป็นอย่างไร?”
“เพิ่มพละกำลังได้ในระยะสั้น หลังพลังหมดจะอ่อนแรงครึ่งวัน”
ลู่หยางซื้อหนึ่งเม็ด กำ