ลู่หยางพึมพำเบาๆ
หากไร้ดวงอาทิตย์ ฟ้าดินจะมืดมน สรรพชีวิตจะเหี่ยวเฉา ไม่รู้จะมีสิ่งมีชีวิตตายสักกี่มากน้อย ตามที่หัวหน้าสาขาชูเล่า ผู้ทรงพลังไร้นามแห่งยุคโบราณเห็นชีวิตมนุษย์เป็นดั่งหญ้า คงไม่ได้ไว้ชีวิตดวงอาทิตย์เพราะความเมตตา
เมิ่งจิ่งโจวถามขึ้นทันใด “เจ้ารู้จักลัทธิเย่าหยางไหม?”
“ลัทธิเย่าหยางหนึ่งในสี่ลัทธิมารใหญ่น่ะหรือ?” ลู่หยางรู้เรื่องนี้น้อยมาก
“ใช่ ลัทธิเย่าหยางนับถือดวงอาทิตย์ เชื่อว่าดวงอาทิตย์มีพลังพิเศษบางอย่าง เมื่อดวงอาทิตย์ฟื้นคืน สรรพสิ่งจะพินาศ พวกเขาสนับสนุนให้ทำลายตนเองก่อนดวงอาทิตย์ฟื้นคืน จะได้ไปสู่สรวงสวรรค์”
เมิ่งจิ่งโจวพูด “ข้าไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นสำนักของเจ้า ถ้าดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์เป็นหนึ่งเดียวกัน มุมมองของลัทธิเย่าหยางกับสำนักก็มีจุดร่วมกัน ต่างเชื่อว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มีความหมายพิเศษ และมีพลังน่าสะพรึงกลัว”
หลันถิงส่ายหน้า ไม่รู้สึกว่าเมิ่งจิ่งโจวดูหมิ่น ในสำนักก็มีมุมมองแบบนี้ มีแนวคิดที่รุนแรงกว่านี้ด้วย
เมิ่งจิ่งโจวเดา “อาจเป็นไปได้ว่าผู้ทรงพลังไร้นามแห่งยุคโบราณซ่อนตัวอยู่ในดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ลอยอยู่บนฟ้ามาแต่โบราณ ไม่มีใครสงสัย เป็นจุดบอดทางความคิด”
ลู่หยางเสนออีกความเป็นไปได้ “หรืออาจเป็นเพราะดวงอาทิตย์มีพลังมหาศาลบางอย่าง แม้แต่ผู้ทรงพลังไร้นามแห่งยุคโบราณก็ไม่อยากแตะต้อง”
ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้แบบไหน ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ไม่ได้สงบ