ไม่ใช่ลู่หยางสอน ก็ตื่นเต้นมาก
“พวกเจ้าสามคนเคยเรียนยันต์มาก่อนไหม?”
ทั้งสามคนส่ายหน้าพร้อมกัน
หลันถิงไม่แปลกใจ “งั้นสอนตั้งแต่ต้นเลย”
หลันถิงก็ตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้สอนคนอื่น ตอนอยู่สำนักเยว่กุยเซียนกง ศิษย์พี่เป็นคนสอนนาง ตอนนี้ในที่สุดก็ถึงคราวที่นางได้เป็นอาจารย์
“แก่นแท้ของยันต์คือการทำให้วิชาปรากฏเป็นรูปร่างบนกระดาษ พวกเจ้าสามคนมาจากสำนักเวิ่นเต๋า มีพรสวรรค์ด้านวิชาไม่เลว จะเรียนได้ง่าย”
“…หัวใจยันต์คือวิญญาณของยันต์แต่ละแผ่น ยันต์จะแสดงผลเต็มที่หรือไม่ ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการมีหัวใจยันต์คุ้มครองอยู่ข้างในหรือไม่…”
“…ลวดลายที่ใช้บ่อยที่สุดในยันต์คือลายเมฆ ลายเมฆคือลวดลายที่เลียนแบบการเปลี่ยนแปลงของเมฆบนท้องฟ้า เอามาจากธรรมชาติ…”
“สำหรับยันต์พรางกายโดยเฉพาะ ใช้ ‘กัง’ เป็นหัวใจยันต์ ใช้ลายเมฆพลิ้วไหวเป็นลวดลาย”
หลันถิงจุ่มปลายนิ้วในน้ำใส วาดอย่างคล่องแคล่ว สองสามที ก็วาดยันต์พรางกายบนโต๊ะเสร็จ นางใช้ฝ่ามือดูด ยันต์ก็หลุดจากโต๊ะติดฝ่ามือ
หลันถิงแปะลงบนตัว ก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตาทั้งสามคน
ผ่านไปครู่หนึ่งหลันถิงปรากฏตัวขึ้น ยิ้มบางๆ พูดว่า “นี่คือยันต์พรางกายขั้นต้นที่สุด แค่ทำให้ร่างกายหายไปจากการมองเห็น พวกเจ้าน่าจะจับตำแหน่งข้าได้จากเสียงหายใจ การเต้นของหัวใจ และรายละเอียดอื่นๆ”
ทั้งสามคนพยักหน้า แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว
“พวกเจ้าลองดู”
หลังเรียนรู้ครึ่งวัน ทั้งสามคนมีความเข