อ จึงคิดว่าสองคนนี้เป็นพวกเดียวกัน เพียงแต่ทะเลาะกันเพราะความงามของนาง
ลู่หยางขึ้นไปชั้นบน เห็นลู่จื้อถูกมัดแน่น ก็คิดว่าเป็นพวกเดียวกับเจิ้งโซ่วเหอ “ที่แท้ก็ทำเป็นแก๊งนี่เอง”
ลู่จื้อร้องขอความเป็นธรรม “อย่าพูดส่งเดช ข้าไม่ได้เป็นพวกเดียวกับเขา เขาเป็นโจรลักพาตัว ข้าเป็นขโมย โทษเริ่มต้นของพวกเราก็ไม่เท่ากัน!”
ลู่หยางขำ “เจ้ารู้กฎหมายดีนี่”
“พวกเราในวงการนี้ก่อนลงมือต้องดูกฎหมายก่อน ว่าติดคุกกี่ปี” ลู่จื้อบอก เห็นได้ชัดว่าเขารู้เรื่องดี
“งั้นไปดูที่ศาลกันว่าเจ้าจะติดคุกกี่ปี”
ลู่จื้อได้ยินว่าจะไปศาล ตกใจรีบขอร้อง “อย่า อย่า พี่ชาย พวกเราคุยกันดีๆ ต่างก็อยู่ในยุทธภพ ไม่ต้องบีบคั้นกันขนาดนี้ แบบนี้ไหม ข้าให้ของดีเจ้าสักอย่าง แล้วเจ้าปล่อยข้าไป ว่าไง?”
ลู่หยางมองลู่จื้อ เห็นว่าเขาเป็นแค่คนธรรมดา “ของดีอะไร?”
“กระดาษเหลืองที่ทำให้คนหลับได้ มีกระดาษนี้ เจ้าอยากให้ใครหลับก็หลับ อยากทำอะไรกับเขาก็ได้!”
ลู่หยางนึกถึงความผิดปกติช่วงนี้ ขมวดคิ้ว รู้ว่าเรื่องไม่ธรรมดา จึงถามเสียงเย็น “ของอยู่ที่ไหน?”
ลู่จื้อไม่โง่ขนาดนั้น จะบอกง่ายๆ ได้อย่างไร “เจ้าต้องสัญญาก่อนว่าจะปล่อยข้า!”
ลู่หยางสาบานอย่างจริงจัง “ข้าฉื่อสวี่หลงขอสาบานต่อฟ้า ถ้าข้าไม่ปล่อยเจ้า ขอให้ฉื่อสวี่หลงถูกฟ้าผ่าห้าครั้ง!”
ลู่จื้อดีใจ “กระดาษเหลืองอยู่ที่มุมกำแพงชั้นล่าง”
เห็นได้ชัดว่าลู่จื้อก็ไม่ได้ฉลาดนัก
ลู่หยางกระโดดลงจากชั้นสอง