ลู่หยางแซวข้างๆ “แรงที่มองไม่เห็นนี้มีอยู่ทุกหนแห่ง เรียกว่าแรงโน้มถ่วงไงล่ะ?”
หลันถิงรู้สึกคุ้นกับเสียง เงยหน้าขึ้นมองเห็นลู่หยาง “เอ๊ะ ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง”
“เข้ามาคุยกันข้างใน” ลู่หยางเป็นห่วงว่าหลันถิงจะเผยตัวตนที่แท้จริง
หลันถิงมีรูปโฉมงดงามยิ่ง ยืนอย่างสง่าอยู่ที่ประตูดูโดดเด่นมาก ง่ายที่คนไม่ประสงค์ดีจะแอบฟังการสนทนาของทั้งสอง
หลันถิงเพิ่งเข้ามาก็เห็นผีปอบที่กำลังเสียบเนื้อย่างอย่างเหนื่อยยาก รู้ว่านี่เป็นผีปอบที่เสือปีศาจทิ้งไว้
ผีปอบทั้งสองเห็นลู่หยางและหลันถิงเดินเข้ามาด้วยกัน เงียบๆ ยกอ่างใส่เนื้อและไม้เสียบ ไปนั่งที่โต๊ะมุมห้องเสียบเนื้อต่อ
ดูท่าทางคล่องแคล่วของพวกมัน หลันถิงนึกว่าก่อนตายผีปอบคงทำงานแบบนี้
หม่านกู่ในลานหลังได้ยินเสียง หยุดฝึกฝน เดินมาที่โถง
เมิ่งจิ่งโจวเที่ยวจนครบวัน เพิ่งเข้าประตูก็ตะโกน “รู้หรือยัง มณฑลเหยียนเจียงมีเทศกาลของตัวเอง เรียกว่าเทศกาลเก็บดอกไม้บานใหม่ จะมีขึ้นในอีกครึ่งเดือน มีการเก็บดอกไม้ เดินเที่ยว ตอนกลางคืนยังมีงานประชันกวี สวดกลอน สนุกสนานมาก คนจากมณฑลใกล้เคียงล้วนมางาน”
“คนในมณฑลเหยียนเจียงหยุดสามวัน”
“ข้ายังสืบมาว่าทุกปีในช่วงนั้นหอนางโลมจะขึ้นราคา ทำเงินไม่น้อย พวกเราจะถือโอกาสจัดโปรโมชั่นใหญ่ ฉลองครบสองเดือนไหม?”
เมิ่งจิ่งโจวพิสูจน์ว่าตนไม่ได้ออกไปเที่ยวเฉยๆ ยังสืบข่าวด้วย เพียงแต่ข่าวนี้ไม่ได้ช่วยอะไรทั้งสามคนเท่าไหร่
ตาของหม่า