“ไม่ได้เจอกันนาน ข้ามาส่งอาหารแล้ว” ลู่หยางแสดงท่าทีเป็นมิตร เป็นสิ่งที่ฝึกมาจากร้านย่าง
ผ่านการฝึกกว่าเดือน รอยยิ้มปลอมๆ ของลู่หยางถึงขั้นแยกไม่ออกว่าจริงหรือปลอม แม้แต่เมิ่งจิ่งโจวยังชมว่าลู่หยางยิ้มเหมือนจริงเท่าเขา
ฉื่อสวี่หลงที่กำลังจู๋ปากได้ยินเสียงลู่หยาง หันขวับมา สายตาเผยแววดุร้าย ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าหนูนี่เรียกตำรวจมากิน จะมีเรื่องแบบนี้หรือ?
“เจ้ามาทำไม?” ฉื่อสวี่หลงพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดี พอเจอหน้าครั้งแรกไอ้หนูนี่ก็ปลอมตัวเป็นกรรมการสอบหลอกตน เมื่อสองวันก่อนตอนกินข้าวก็วางกับดัก เจ้าเล่ห์จริงๆ ตอนนี้ยังมาแกล้งทำดีส่งอาหาร ต้องไม่มีเจตนาดีแน่!
เมื่อเทียบกับตนที่เป็นเพชฌฆาตฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ฉื่อสวี่หลงรู้สึกว่าลู่หยางยังชั่วร้ายกว่า!
ลู่หยางไม่มีความตั้งใจจะแกล้งฉื่อสวี่หลงในคุก ต่อไปทุกคนยังต้องช่วยเหลือกัน ไม่จำเป็นต้องทำให้ความสัมพันธ์แย่ นี่ก็เป็นความตั้งใจของหัวหน้าสาขา
แต่หูลู่หยางไม่ดี ได้ยินว่าฉื่อสวี่หลงถามว่าเขาเป็นผู้ดูแลแล้วหรือ “อะไรนะ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าได้เลื่อนเป็นผู้ดูแล? แต่เจ้าก็ไม่ต้องตื่นเต้นไป แค่เจ้าทำตัวดีๆ ก็มีโอกาสเป็นผู้ดูแลเช่นกัน”
ไม่คิดว่าฉื่อสวี่หลงจะรู้ข่าวเร็วขนาดนี้ทั้งที่อยู่ในคุก
พูดจบ ลู่หยางยังหยิบป้ายที่เอวมาอวด ตัวอักษร “ผู้ดูแล” เด่นชัดมาก ฉื่อสวี่หลงโกรธจนควันออกหู “สวรรค์ตาบอด!”
ลู่หยางปลอบใจ “เจ้าก็อย่าโกรธไป หัวหน้าให้ข้ามาบอกเ