ั่นคือความเสียหายที่เกิดจากการต่อสู้ของผู้บำเพ็ญ!”
“ความรุ่งเรืองของยุคโบราณ ช่างทำให้ผู้คนใฝ่ฝันจริงๆ ในตอนนั้นเกิดตำนานมากมายเท่าไหร่ สร้างผู้บำเพ็ญผู้ทรงพลังมากมายเท่าไหร่”
“ตอนนั้นผู้บำเพ็ญผู้ทรงพลังวัดกำลังกัน ดูที่การโจมตีครั้งเดียวทำลายดาวเคราะห์ได้กี่ดวง วัดอิทธิพล ดูที่มีดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ใต้บังคับบัญชากี่ดวง”
“เมื่อยุคโบราณรุ่งเรืองถึงขีดสุด มีผู้ดำรงอยู่ผู้หนึ่งลงมือ เขาหลอมดาวเคราะห์ทั่วฟ้าให้เป็นดินแดนผืนเดียว ไม่ว่าจะเป็นดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตหรือไม่มี ล้วนหนีไม่พ้นเงื้อมมือของเขา”
“ดินแดนกลางเต็มไปด้วยชีวิตชีวา นั่นเพราะที่นี่เคยเป็นดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิต เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การบำเพ็ญที่สุด!”
“ทะเลทางตะวันออกของดินแดนกลาง เคยเป็นดาวเคราะห์ที่ปกคลุมด้วยน้ำทะเล”
“ดินแดนพุทธสีทองทางตะวันตกของดินแดนกลาง เคยเป็นดาวเคราะห์ที่ไร้ชีวิตไม่มีใครอาศัยอยู่ได้”
“เขตปีศาจทางใต้และดินแดนเหนือสุดก็เช่นกัน”
คำพูดของหัวหน้าสาขาชูเปลี่ยนความเข้าใจของลู่หยางและอีกสองคนโดยสิ้นเชิง พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า พื้นดินใต้เท้านี้คือดาวเคราะห์ที่ถูกหลอม!
นี่เกินจินตนาการของพวกเขา!
“แล้วใครกันที่หลอมดาวเคราะห์?” ลู่หยางถาม
หัวหน้าสาขาชูส่ายหน้า ไม่ใช่เพราะระดับของลู่หยางไม่พอ แต่เพราะเขาไม่รู้จริงๆ “ร่างแท้ไม่อาจสืบค้นได้ แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ผู้ดำรงอยู่ผู้นั้นต้องเป็นเซียนแน