มถอย เสวี่ยขวางก็เลิกปั้นหน้า แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมเผยธาตุแท้ออกมาทันที
ไอ้อัปลักษณ์ เจ้ากล้าด่าอาจารย์ข้าเรอะ เด็กหนุ่มที่ยืนสงบคำอยู่ข้างกายชายชราสวนกลับทันควันเมื่อได้ยินอาจารย์ถูกลบหลู่
เจ้ารนหาที่ตาย
คำว่าอัปลักษณ์เปรียบเสมือนเชื้อไฟที่โยนลงในกองน้ำมัน เสวี่ยขวางบันดาลโทสะจนถึงขีดสุด
ครืนนน
แรงกดดันวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกจากร่างของเสวี่ยขวาง ม้วนตลบไปทั่วบริเวณราวกับพายุคลั่ง
ต้นไม้ใบหญ้ารอบด้านสั่นไหวรุนแรงจนแทบถอนรากถอนโคน
เหล่าผู้ฝึกตนที่ยังรั้งรออยู่ภายนอกต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดผวา รีบเว้นระยะห่างจากกลุ่มของเสวี่ยขวางทันทีเพราะเกรงจะโดนลูกหลง
ข้าเองก็ควรหลบไปให้ไกลหน่อยดีกว่า ยวี่เซียวจื่อพึมพำกับตนเองพลางขยับถอยฉากออกมา
คลื่นพลังกดดันของเสวี่ยขวางทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หมายจะบดขยี้เด็กหนุ่มปากกล้าให้แหลกคาที่
ทว่าท่ามกลางพายุอารมณ์อันเกรี้ยวกราด ชายชรายังคงยืนนิ่งด้วยรอยยิ้มละมุน ราวกับสายลมแรงเหล่านั้นเป็นเพียงลมพัดผ่าน
สหายทุกท่าน อารมณ์ร้อนเกินไปมักไม่ส่งผลดี ใจเย็นลงสักนิดเถิด ชายชรายกมือขึ้นลูบเคราสีดอกเลาเบาๆ
สิ้นเสียงนุ่มนวลของชายชรา
ตูม
เสมือนฟ้าถล่มดินท