ักพังแห่งหนึ่ง พลางเล่าว่า “ซากปรักหักพังนี้ตกทอดมาจากยุคโบราณ ผุพังเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา หนึ่งหมื่นปีก่อน ศาสดาของเราบังเอิญค้นพบซากปรักหักพังนี้ และได้รู้ถึงการดำรงอยู่ของเซียนอมตะที่นี่”
“เซียนอมตะดำรงอยู่ในโลกมานานเกินไป มนุษย์ต่างลืมเลือนเซียนที่เคยปกป้องโลกไปหมดแล้ว เป็นศาสดาที่ทำให้เซียนอมตะกลับมาปรากฏในโลกอีกครั้ง!”
“ศาสดาได้จำลองโบราณสถานนี้ไว้ตามฐานที่มั่นต่างๆ ที่นี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น มีประวัติหนึ่งหมื่นปีแล้ว”
เมิ่งจิ่งโจวนึกในใจ ที่แท้ก็เป็นของจำลองจากโบราณสถาน น่าแปลกใจที่เขาดูไม่ออก สิ่งที่หลงเหลือมาจากยุคโบราณจนถึงปัจจุบันมีเพียงตำนาน แทบไม่มีสิ่งใดตกทอดมา
หัวหน้าสาขาชูหยุดที่หน้าแผ่นหินแผ่นหนึ่ง “ที่นี่แหละ นี่คือฉากการบูชาในยุคโบราณ”
สิ่งแรกที่เห็นคือเซียนอมตะบนแผ่นหินกางแขนทั้งสอง ในอ้อมอกของเซียนอมตะมีลูกกลมมากมาย ลูกกลมมีขนาดไม่เท่ากัน บางลูกยังมีวงแหวนล้อมรอบ ไม่รู้ว่าคืออะไร
บนลูกกลมแต่ละลูกมีคนตัวเล็กๆ คุกเข่าอยู่ ชูเครื่องบรรณาการถวายเซียนอมตะ
“ลูกกลมนี้คืออะไร ทำไมคนต้องยืนบนลูกกลมด้วย?” เมิ่งจิ่งโจวและหม่านกู่สงสัย งุนงงมาก
ลู่หยางเห็นภาพจิตรกรรม ม่านตาหดเล็กลง ลูกกลมนี้คล้ายดาวเคราะห์ในชาติก่อนมาก วงแหวนรอบลูกกลมคือฝุ่นและอุกกาบาต
หัวหน้าสาขาชูพูดช้าๆ “สิ่งนี้เรียกว่าดาวเคราะห์ ในยุคโบราณไม่มีดินแดนกลาง ไม่ว่าเผ่าพันธุ์ใดล้วนอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์”
“ในช่ว