พวกตำรวจแยกย้ายกันนั่ง ที่หัวหน้าเว่ยพูดไม่ได้เกินจริง มาจริงๆ หลายคน เกือบทุกโต๊ะเต็มหมด
โต๊ะของหัวหน้าสาขาอยู่ตรงกลาง รอบข้างล้วนเป็นตำรวจ ดูบรรยากาศกลมเกลียวกันดี เรียกได้ว่าธรรมะมารเป็นครอบครัวเดียวกัน
ฉื่อสวี่หลงตกใจรีบก้มหน้า แม้ภายนอกจะลือว่าเขาหยิ่งยโสแค่ไหน นั่นเป็นภาพลักษณ์ที่เขาสร้างให้ตัวเอง เวลาทำเรื่องชั่วเขาต้องปลอมตัวหรือปิดหน้า เจอคนของทางการ หนีได้ไกลแค่ไหนก็หนี
ตอนนี้หนีไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้าทำเป็นนกกระจอกเทศ
“หัวหน้าเว่ย ข้าอยู่นี่” ลู่หยางยิ้มลุกขึ้นทักทายหัวหน้าเว่ย
ฉื่อสวี่หลงเบิกตาโพลง มองลู่หยางอย่างไม่อยากเชื่อ ที่แท้เจ้าก็คือเจ้าของร้าน!
“พวกท่านกินกันแล้วนี่” หัวหน้าเว่ยรู้สึกเกรงใจ
“ไม่เป็นไร พวกท่านจะกินอะไร?”
หัวหน้าเว่ยโบกมือ “คนมากขนาดนี้ไม่ต้องสั่งแล้ว มีอะไรก็เอามาเลย”
“ได้” ลู่หยางตอบรับ เขาคาดเดาว่าหัวหน้าเว่ยก็คิดแบบนี้
พวกตำรวจได้กลิ่นหอมจากโต๊ะหัวหน้าสาขา อดกลืนน้ำลายไม่ได้
ตอนนี้เป็นเวลาอาหาร เดิมก็หิวอยู่แล้ว ได้กลิ่นหอมยิ่งหิวใหญ่
โชคดีที่ลู่หยางเตรียมการไว้ก่อน ก่อนหัวหน้าเว่ยและคนอื่นๆ จะมาถึง ก็สั่งให้ผีปอบย่างสุดกำลัง ย่างส่วนหนึ่งไว้ก่อน พอคนมาถึงก็เสิร์ฟได้ทันที
ไม่นานเมิ่งจิ่งโจวกับหม่านกู่ก็ยกของย่างมาทีละจาน ให้หัวหน้าเว่ยและคนอื่นๆ ประทังท้องไปก่อน
หัวหน้าเว่ยไม่ได้พูด แต่ในใจก็ขอบคุณลู่หยางมาก ไม่เช่นนั้นได้แต่ดมกลิ่นรอนาน กลับไปต