้องถูกเพื่อนร่วมงานบ่นแน่
“ขอแนะนำ นี่คือหัวหน้าใหญ่ของพวกเรา ฝางชิงยุน!”
ฝางชิงยุนจับมือลู่หยางอย่างมีมารยาท เขาเป็นผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำ มองออกว่าลู่หยางเป็นผู้บำเพ็ญ
ไม่เพียงมองออกว่าลู่หยางเป็นผู้บำเพ็ญ ยังมองออกว่าคนที่โต๊ะหัวหน้าสาขาล้วนเป็นผู้บำเพ็ญ
เขาไม่ได้พูดอะไร ผู้บำเพ็ญเปิดร้านมีมากมาย ตราบใดที่ไม่ละเมิดกฎหมาย จะเกี่ยวอะไรกับเขา?
เปิดร้านย่างไม่ผิดกฎหมาย
โต๊ะถูกจับจองก็ปล่อยไปตามนั้น เขาเป็นหัวหน้าใหญ่ จะใช้อำนาจข่มขู่คนไม่ได้ หากเล่าลือออกไปจะมีผลเสีย
หลังลู่หยางยิ้มนั่งลง ฉื่อสวี่หลงบ่นด้วยความโกรธเสียงเบา ฟ้องหัวหน้าสาขา “ไอ้ลูกเวรนี่มีเจตนาไม่ดี ทำไมไม่บอกแต่แรกว่าตำรวจจะมา?!”
ลู่หยางทำหน้าน้อยใจ “ก็อยากให้พวกท่านสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับตำรวจไง พวกท่านควรคว้าโอกาสนี้ไว้สิ”
ลู่หยางชี้ธงชมเชยบนผนัง “เห็นไหม นี่คือธงที่หัวหน้าเว่ยมอบให้ข้า”
เขาแต่งเรื่องขึ้นมาทันที “ก่อนเข้าร่วมองค์กร ข้าตั้งใจหาที่มั่นไว้ก่อน วางรากฐานความสัมพันธ์ สร้างเส้นสายกับทางการ ด้วยวิธีนี้ไม่ว่าข้าจะทำอะไร ทางการก็จะไม่สงสัยข้า ตอนพวกเขามาดื่มเหล้าที่นี่ ข้ายังแอบฟังข่าวกรองได้ด้วย”
หัวหน้าสาขาชูพยักหน้า สิ่งที่ลู่หยางพูดมีเหตุผล ตรงกับการประเมินของประมุข
ประมุขบอกว่าสามคนนี้ทำอะไรดูเหมือนเล่นๆ แท้จริงแล้วมีความหมายลึกซึ้ง ดูการกระทำของพวกเขาไม่อาจดูแค่ผิวเผิน
แค่เรื่องที่กล้าสร้างความสัมพั