“เหนื่อยจัง ไม่อยากทำอะไรเลย” สามคนพูดพร้อมกันพลางหาว ตาปรือจะปิด
หัวหน้าสาขาคิดอะไรออกมา ถึงต้องมากินข้าวที่นี่
พวกเขากำลังเดินกลับร้านย่าง หลังจากต่อสู้ทั้งด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญมาทั้งวัน ในที่สุดก็แทรกซึมเข้าแคมป์ศัตรูได้ ตอนนี้อยากแค่กินให้อิ่มแล้วนอนหลับให้สบาย
ลัทธิอมตะรวมจิตทุกคนไว้ในกระถางขุนเขาแม่น้ำ กระบวนการนี้ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าอย่างมาก
“โชคดีที่ก่อนมาข้าสั่งให้ผีปอบเสียบเนื้อไว้ พอกลับไปก็เปิดร้านได้เลย” หม่านกู่พูดอย่างโล่งใจ
มาถึงหน้าร้านย่าง ลู่หยางพบคนคุ้นหน้า
“หัวหน้าเว่ย? ท่านมาที่นี่มีธุระหรือ?”
หัวหน้าเว่ยเคาะประตูร้านย่างอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่เห็นเปิดประตูสักที คิดว่าในร้านคงไม่มีคน
ในร้านไม่มีคนจริงๆ มีแต่ผีปอบสองตนที่กำลังเสียบเนื้อด้วยความเหนื่อยยาก ผีปอบสองตนได้ยินเสียงหัวหน้าเว่ยเคาะประตูก็ตกใจจนแทบตายอีกรอบ ไม่กล้าเปิดประตู
ขณะที่หัวหน้าเว่ยกำลังจะล้มเลิก ลู่หยางก็มาถึง
หัวหน้าเว่ยดีใจจนคิ้วยกขึ้น “ผู้จัดการลู่น้อย พวกท่านกลับมาเสียที”
ลู่หยางพยักหน้า โกหกออกมาทันที “เช้านี้ข้าเห็นอากาศดี พวกเราสามคนปรึกษากันแล้วว่าเป็นวันที่เหมาะจะออกเที่ยว ก็เลยออกไปเดินเล่น เพิ่งกลับมา”
“แล้ววันนี้พวกท่านจะเปิดร้านหรือไม่?”
ลู่หยางคิดสักครู่ หัวหน้าสาขาและพวกจะมา รวมยี่สิบกว่าคน น่าจะนับว่าเปิดร้านได้ “เปิด”
หัวหน้าเว่ยใช้น้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดพูดว่า “ผู้จัดการลู