ื่นเต้นเช่นกัน เขาไม่เคยไปสถานที่เช่นนี้มาก่อน หากเกิดความผิดพลาดขึ้นจะทำอย่างไร คงต้องให้เมิ่งจิ่งโจวหัวเราะเยาะไปชั่วชีวิต ลู่หยางจึงคิดจะเปลี่ยนเป็นหม่านกู่ตามธรรมชาติ หากขายหน้าก็ไม่ใช่ตัวเองขายหน้า
เรื่องแบบนี้พูดออกไปไม่ได้แน่
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นจากหอนางโลม ตามด้วยเสียงกรีดร้องของสตรี และเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของบุรุษ
ทั้งสามคนหันขวับไป พบว่ามีผู้บำเพ็ญกว่าสิบคนกำลังอาละวาดในหอนางโลม ในอ้อมแขนยังมีสตรีที่ลักพาตัวมาจากที่ใดก็ไม่รู้
ผู้บำเพ็ญเหล่านี้ไม่แม้แต่จะปิดบังวรยุทธ์ ล้วนอยู่ในขั้นสร้างฐาน บางคนถึงกับมีพลังไม่ด้อยไปกว่าเสือปีศาจที่เจอก่อนหน้า!
คนพวกนี้ล้วนเป็นผู้มาร่วมการทดสอบ
“ไอ้พวกชั่วช้า!” ทั้งสามคนรู้สึกโกรธจนแทบระเบิด อยากจะออกมือหยุดยั้งคนพวกนี้
เมิ่งจิ่งโจวกับหม่านกู่จะออกมือ แต่ถูกลู่หยางห้ามไว้
“อย่าเพิ่งใจร้อน พวกเรามีแค่สามคน ไม่มีทางชนะพวกมันได้”
“แล้วเจ้าว่าควรทำอย่างไร?” เมิ่งจิ่งโจวถามอย่างร้อนใจ
ลู่หยางโบกมือ “ข้ามีวิธีเพิ่มพลังชั่วคราว รอข้าสักครู่”
เมิ่งจิ่งโจวและหม่านกู่สงสัย พวกเขาไม่มียาพละกำลังวัวสิบตัว หรือลู่หยางจะรู้วิชาลับที่เพิ่มวรยุทธ์ชั่วคราว?
เห็นเพียงลู่หยางสูดลมหายใจลึก ท่วงท่าอ่อนช้อยขึ้น สายตาเปลี่ยนจากฉลาดแกมโกงเป็นเย็นชา ไร้อารมณ์ บุคลิกสูงส่ง
เมิ่งจิ่งโจวหรี่ตา แล้วเบิกตาโพลง
ท่าทางนี้เหมื