ในบรรดาผู้เข้าสัมภาษณ์สิบคน ลู่หยางอยู่ลำดับที่หก เขาสังเกตเห็นคนข้างหน้าเข้าไปในห้องกรรมการแล้ววิ่งออกมา เข้าไปปุ๊บก็วิ่งออกมาด้วยความเร็วระดับร้อยเมตร จากนั้นก็วิ่งกลับเข้าไป วนไปมาหลายรอบ
“นี่มันข้อสอบประหลาดอะไรกัน?”
ลู่หยางเป็นคนนั่งไม่ติด กฎระบุว่าห้ามถามเนื้อหาการสัมภาษณ์จากผู้เข้าสอบ แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามออกไปดูข้างนอก
ลู่หยางถามผู้บำเพ็ญฝ่ายมารอิสระที่นั่งหลับตาพักผ่อนข้างๆ “เจ้าอยากออกไปดูข้างนอกด้วยกันไหม?”
ผู้บำเพ็ญฝ่ายมารมองลู่หยางอย่างดูแคลน หัวเราะเยาะเบาๆ ไม่พูดอะไร
ผู้บำเพ็ญฝ่ายมารจะไปร่วมมือกันได้อย่างไร ต้องวางแผนจะเล่นงานเราแน่ๆ ไม่มีทาง ไม่ไป
เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบ ลู่หยางรู้สึกสงสาร
หน้าตาดีแท้ๆ น่าเสียดายที่เป็นคนหูหนวก ไม่รู้ว่าตอนสัมภาษณ์เขาจะฟังที่กรรมการพูดไม่ได้จะทำอย่างไร?
เห็นไม่มีใครสนใจตน ลู่หยางจึงเดินออกไปข้างนอก
ข้างนอกเป็นตลาดที่คึกคัก มีร้านขายผลไม้ ร้านขายไข่ ร้านขายหมู… อาหารทั่วไปหาได้ที่นี่ทั้งหมด พ่อค้าแม่ค้าบางคนตั้งแผง บางคนเข็นรถเล็กๆ มาขาย
“ขอแอปเปิ้ลหนึ่งลูก” ลู่หยางซื้อแอปเปิ้ลมาลูกหนึ่ง เช็ดแล้วก็กิน พลางสังเกตพฤติกรรมของผู้เข้าสัมภาษณ์ไปด้วย
พอดีคนที่สามวิ่งออกมาดูว่ามีร้านขายมันฝรั่งหรือไม่ เห็นว่ามีร้านขายมันฝรั่ง รีบกลับไปรายงานกรรมการ
ไม่ถึงสามนาที คนที่สามวิ่งออกมาอีก สอบถามท่านลุงที่ขายมันฝรั่งว่าราคาเท่าไรต่อชั่ง มีทั้งหมดกี่ชั่ง
ผ่