านไปอีกสามนาที ยังเป็นคนที่สาม วิ่งออกมาดูคุณภาพมันฝรั่ง
ต่อมาเป็นคนที่สี่ กระบวนการคล้ายกับคนที่สาม ต่างกันตรงที่เขาวิ่งถึงสี่รอบ ไม่ฉลาดเท่าคนที่สาม
ลู่หยางกินแอปเปิ้ลพลางครุ่นคิด
…
“คนต่อไป ฟางหาว” กรรมการอ้วนเรียก
ฟางหาวคือคนที่ลู่หยางชวนออกไปข้างนอกด้วยกันเมื่อครู่
“มาแล้ว!” น่าประหลาดที่ฟางหาวไม่ได้เป็นใบ้
“เจ้าไปดูที่ตลาดซิว่ามีร้านขายมันฝรั่งหรือไม่” กรรมการอ้วนใช้กลเดิม
ฟางหาววิ่งออกไปอย่างรีบร้อน กว่าจะกลับมาก็ผ่านไปนาน ทำให้กรรมการอ้วนแปลกใจมาก
ตอนที่กรรมการอ้วนกำลังรอด้วยความหงุดหงิด ฟางหาวก็กลับมา “ที่ตลาดไม่มีร้านขายมันฝรั่ง”
“มันฝรั่งมีกี่ชั่ง… เดี๋ยวก่อน เจ้าว่าอะไรนะ ไม่มีร้านขายมันฝรั่ง?”
ฟางหาวไม่เข้าใจว่าทำไมกรรมการอ้วนถึงมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ พยักหน้า “ใช่แล้ว ข้าวิ่งรอบตลาดสองรอบ ยืนยันว่าไม่มีร้านขายมันฝรั่ง”
“เป็นไปไม่ได้!” กรรมการอ้วนคิดว่าฟางหาวโกหก จึงรีบวิ่งออกไป ฟางหาวรีบตามไป
กรรมการอ้วนพอออกประตูก็เห็นลู่หยางเข็นรถมันฝรั่งคันหนึ่ง บนรถเขียนว่า “มันฝรั่งไม่ขาย”
ท่านลุงที่ควรจะขายมันฝรั่งยืนนับเงินอยู่ข้างๆ อย่างมีความสุข
ลู่หยางพอเห็นกรรมการอ้วนก็เข็นรถมันฝรั่งวิ่งหนี กรรมการอ้วนโกรธ มันฝรั่งหนีไปแล้วจะสัมภาษณ์คนที่เหลือยังไง?
“หยุดนะเจ้า!!”
ลู่หยางผ่านด่าน
…
“ช่างบังอาจ!” รองประมุขโกรธจัด ปล่อยพลังอำมหิตและน่าสะพรึงกลัวออกมา ทั้งตำหนักสั่นสะเทือน ผ