ิวน้ำกระเพื่อม มองภาพไม่ชัด
การทดสอบที่เขาออกแบบอย่างพิถีพิถันกลับมีช่องโหว่ให้สองตัวร้ายนี่หาเจอไปหมด ช่างอัปยศอดสูเหลือเกิน!
ประมุขใจเย็นๆ ยื่นมือปิดกั้นพลังของรองประมุข กว่าจะสร้างตำหนักในที่ที่ยากจะค้นพบได้ ถ้าถูกฝ่ายธรรมะพบเพราะเรื่องแบบนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องตลก
ประมุขเตือนสติ “อย่าโกรธง่ายนัก ตอนนี้พวกเขาลืมทุกอย่างไปแล้ว จำได้แต่ว่าต้องหาทางผ่านด่านให้ได้ พวกเราเป็นลัทธิมาร ยึดถือการฆ่าคนเพื่อฟื้นคืนชีพเซียนอมตะ จะฆ่าคนเพราะเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร?”
“อีกอย่าง สองคนนี้เปิดทางใหม่ เป็นคนมีความสามารถที่หายาก ลัทธิอมตะพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่เคยมีความก้าวหน้าครั้งใหญ่ ข้าคิดว่าสองคนนี้คือความหวัง”
รองประมุขคิดว่าลัทธิอมตะคงหมดหวังแล้ว
ประมุขพูดอย่างตื่นเต้น “พูดถึง หม่านกู่ผู้นี้ รวมถึงเมิ่งจิ่งโจวและลู่หยาง ล้วนมาจากมณฑลเหยียนเจียงใช่หรือไม่”
“ไม่คิดว่ามณฑลเหยียนเจียงเล็กๆ จะมีคนมีความสามารถถึงสามคน เรียกว่าสามอัจฉริยะแห่งลัทธิมารก็ไม่เกินไป ลัทธิมารของเรามีสามอัจฉริยะเช่นนี้ เปรียบเสมือนเสือติดปีก!”
รองประมุขพึมพำเบาๆ ข้างๆ “เสือติดปีก นั่นก็คือชุ่งฉี่สิ ชุ่งฉี่ก็ยังสู้ฝ่ายธรรมะไม่ได้นี่”
ประมุขจ้องเขา “อวดรู้แล้วสิ เจ้าเงียบไป”
รองประมุขเงียบอย่างว่าง่าย
…
สาขาเหยียนเจียง
เจ้าหน้าที่สิบเอ็ดคนทุ่มสุดกำลังรักษาค่ายกลใหญ่ ผู้บำเพ็ญฝ่ายมารอิสระเกือบร้อยคนยืนนิ่งอยู่กับที่ ตาเหม