“การทดสอบด่านที่สองคือทำให้กรรมการยอมรับข้าด้วยความจริงใจ?” เมิ่งจิ่งโจวอ่านเงื่อนไขการผ่านด่านในสมองอีกครั้ง
“การทดสอบแปลกจัง ฟังดูไม่ยากเลย”
“แต่ตอนนี้ข้าอยู่ที่ไหนกัน?” เมิ่งจิ่งโจวนั่งอยู่บนม้านั่งแถวหนึ่ง ด้านหน้ามีสี่คน ด้านหลังมีห้าคน รวมสิบคนหนึ่งกลุ่ม เขาอยู่ตรงกลางพอดี
“อ๋อ ที่แท้ข้ากำลังสมัครงานที่สมาคมการค้า” ข้อมูลที่ลัทธิอมตะกำหนดไว้ผุดขึ้นในสมองเขา
เมิ่งจิ่งโจวมองกำแพงสีขาวตรงหน้า มือขวาขยับโดยไม่รู้ตัว งอนิ้วกลางและนิ้วนาง
ไม่มีอะไรพุ่งออกมา
“หืม? ทำไมข้าถึงต้องทำท่าแปลกๆ แบบนี้?” เมิ่งจิ่งโจวงุนงง เขาไม่จำได้ว่าตนมีนิสัยแบบนี้
“ช่างเถอะ ไม่สนแล้ว มุ่งมั่นกับการสมัครงานดีกว่า”
เมิ่งจิ่งโจวสังเกตเห็นคนแรกที่เข้าไปในห้องกรรมการ วิ่งรีบร้อนออกมา แล้ววิ่งรีบร้อนกลับเข้าไป วนไปมาสามสี่รอบ
เมิ่งจิ่งโจวตะโกนอย่างกระตือรือร้น “เฮ้ พี่ชาย วิ่งอะไรกัน กรรมการกำลังทดสอบความเร็วในการวิ่งหรือ? งั้นข้าขอแนะนำให้เปลี่ยนรองเท้า คุณภาพรองเท้ามีผลต่อความเร็วในการวิ่งมาก อีกอย่างคือท่าออกตัว ย่อตัวลง สองมือยันพื้น โก่งตัว วิ่งแบบนี้เร็วที่สุด เชื่อข้าเถอะ ข้ามีประสบการณ์มาก…”
คนนั้นมองเมิ่งจิ่งโจวเหมือนมองคนโง่ ไม่สนใจ วิ่งออกไปดูคุณภาพมันฝรั่ง
กฎระบุชัดเจน ห้ามผู้เข้าสอบเปิดเผยคำถามระหว่างกัน
คนที่หนึ่ง คนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่ ทุกคนวิ่งขยันมาก แน่นอนว่าไม่มีใครผ่าน ไม่ว่าจะผ่านหรื