องผู้บังคับบัญชา”
“ชิ ท่านคิดว่าท่านเป็นฮ่องเต้หรือไร ถึงต้องคาดเดาพระทัย”
กรรมการอ้วนไม่โกรธ “แม้เจ้าจะล้มเหลว แต่ก็สามารถอยู่ต่อได้”
เยี่ยนหวังซุนมองกรรมการอ้วนอย่างระแวง กลัวว่าจะถูกหลอกอีก “จริงหรือ?”
“เจ้ายังจำก้อนกระดาษที่เจ้าเก็บตอนเข้ามาได้หรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่ข้าตั้งใจทิ้งไว้ เพื่อดูว่าใครจะเก็บมัน”
เยี่ยนหวังซุนดีใจ คิดในใจว่านี่เป็นการทดสอบความรับผิดชอบและการสังเกตของตนหรือ?
“พอดีขาดคนทำความสะอาด เจ้าอยู่ทำหน้าที่กวาดถูแล้วกัน”
เยี่ยนหวังซุน “…”
เยี่ยนหวังซุนอยากด่านัก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา ไม่ว่าจะอย่างไร ได้อยู่ก็ถือว่าผ่านการทดสอบ นับเป็นเรื่องดี
“คนต่อไป” กรรมการอ้วนเรียก
หม่านกู่เดินเข้าห้อง เยี่ยนหวังซุนเห็นท่าทางซื่อๆ ของหม่านกู่ก็รู้สึกดูแคลน คิดว่าคนผู้นี้คงเหมือนตน ต้องถูกกรรมการแกล้งแน่
“เจ้าไปดูที่ตลาดซิว่ามีร้านขายมันฝรั่งหรือไม่” กรรมการอ้วนถามคำถามเดิม
หม่านกู่รับคำแล้วจากไป กว่าจะกลับมาก็ผ่านไปกว่าสิบนาที
“ที่ตลาดมีคนแก่คนหนึ่งเข็นรถเล็กๆ ขายมันฝรั่ง มีมันฝรั่งแปดสิบชั่ง ราคาชั่งละสามอีแปะ คุณภาพคุ้มราคา คนแก่ยังบอกว่าถ้าซื้อมากๆ ราคาจะลดลงได้อีกหนึ่งในสิบ…”
หม่านกู่ตอบอย่างละเอียด แม้แต่เรื่องที่กรรมการอ้วนไม่ได้คิดถึงก็ยังถามมาล่วงหน้า เยี่ยนหวังซุนที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับตะลึง
อย่าดูว่าหม่านกู่รูปร่างใหญ่โต แท้จริงแล้วเขาเป็นคนละเอียดอ่อนภายใน คิด