มาร ต้องคิดว่าจะแย่งชิงอำนาจและก่อกบฏอย่างไร ไม่แย่งชิงภายในจะเรียกว่าลัทธิมารได้อย่างไร?”
“อีกอย่าง เจ้าก็พูดไปแล้วไม่ใช่หรือ ลัทธิมารต้องการให้เจ้าทำอะไร เจ้าก็จะทำอย่างนั้น ตอนนี้ลัทธิมารต้องการคัดเจ้าออก ไปซะ!”
หนิวม่างเดินจากไปอย่างหมดอาลัย คนข้างหลังได้ฟังแล้วรู้สึกหูตาสว่าง ที่แท้นี่คือทฤษฎีของลัทธิมาร สมแล้วที่เป็นกรรมการ เข้าใจฝ่ายมารอย่างลึกซึ้งจริงๆ
“คนต่อไป” เมิ่งจิ่งโจวเรียก
“ข้าชื่อฉื่อสวี่หลง วรยุทธ์ขั้นสร้างฐาน” ฉื่อสวี่หลงเน้นย้ำวรยุทธ์ของตน หวังให้กรรมการให้ความสำคัญ
“เล่ามาสิ เคยทำเรื่องชั่วอะไรบ้าง?”
พูดถึงเรื่องนี้ ฉื่อสวี่หลงก็มีเรื่องเล่ามากมาย “ข้าถูกหมาป่าคาบไปเลี้ยงตั้งแต่เด็ก ตอนอายุสิบขวบข้าใช้มีดกระดูกฆ่าหมาป่าที่คาบข้าไป แล้วลงจากภูเขามาใช้ชีวิต บนภูเขา ข้าอยากได้อะไรก็ปล้นเอา นิสัยนี้ก็ติดมาในเมืองด้วย ขาดอะไรก็ปล้นอย่างนั้น แล้วก็ถูกตำรวจไล่ล่า แล้วข้าก็ปล้นไปเรื่อยๆ ตำรวจก็ไล่ไปเรื่อยๆ ข้าวิ่งเร็ว ใครก็ไล่ไม่ทัน ตอนปล้นก็จับตัวประกันด้วย ยังฆ่าคนที่ขวางทางไปหลายคน”
ฉื่อสวี่หลงเล่าอย่างภูมิใจ คนอย่างเขาที่ทำเรื่องชั่วมามากมาย ยังไม่มีคุณสมบัติเข้าลัทธิมารอีกหรือ?
เมิ่งจิ่งโจวส่ายหน้า “ปัจจุบันฝ่ายธรรมะมีอำนาจ พวกเราฝ่ายมารต้องทำตัวเงียบๆ วิธีทำงานของเจ้าโอ้อวดเกินไป สักวันต้องล้มเพราะเรื่องนี้ ดูสิ มีกี่คนรู้จักเจ้า แล้วดูพวกเราสามคน ใครรู้จัก นี่คือ