“หัวหน้าเว่ย มาแต่เช้าเชียว มาเร็วขนาดนี้ยังไม่มีของย่างให้กินหรอกนะ” ลู่หยางยืนหยอกที่หน้าประตู
ยังเป็นช่วงเช้าอยู่ หัวหน้าเว่ยพาตำรวจสองนายมาที่ร้านย่างพร้อมธงชมเชย
“นี่ไง ธงชมเชยที่บอกไว้เมื่อวาน เอามาให้แล้ว”
หัวหน้าเว่ยสะบัดธงกลางถนนใหญ่ ตั้งใจโชว์ธงชมเชยที่เขียนว่า “กล้าหาญทำความดี ส่งเสริมคุณธรรม”
การกระทำนี้ดึงดูดผู้คนมามุงดูไม่น้อย
ตำรวจสองนายถือธงไปแขวนที่ผนังตรงข้ามประตูโถงใหญ่ เห็นได้ชัดเจน
แต่เดิมในโถงมีผีปอบสองตนกำลังเสียบเนื้อ ลู่หยางให้พวกมันไปเสียบเนื้อที่ลานหลัง ไม่ต้องออกมาให้เห็น
ลู่หยางยกชามาสามใบ ถามลอยๆ ว่า “พวกโจรโง่เมื่อวานสอบได้อะไรบ้างหรือไม่ พวกเขาเป็นคนต่างถิ่นมาจากไหน ถึงได้กล้าท้าทายนายตำรวจใจเหล็กผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง?”
“อย่าพูดถึงเลย ไม่ได้อะไรสักอย่าง” หัวหน้าเว่ยยกน้ำชาร้อนขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
คอของผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานไม่กลัวน้ำร้อนลวก
“เพราะอะไรหรือ?”
“พวกโจรโง่นั่นจิตใจไม่มั่นคง แค่ขู่นิดหน่อยก็จะพูดแล้ว ตอนกำลังจะบอกว่าทำไมผู้บำเพ็ญกลุ่มหนึ่งถึงมาที่มณฑลเหยียนเจียง พวกเขาก็ถูกมือสังหารที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนฆ่าตาย เข็มพิษเล็กเท่าขนวัวเก้าเล่มปักที่คอ ตายในพริบตา ห้องก็ปิดสนิท ไม่รู้ว่ามือสังหารเข้ามาได้อย่างไร”
“ตอนนั้นข้าสัญชาตญาณบอกให้ไปหามือสังหารข้างนอก ไม่พบอะไรเลย ภายหลังข้าคิดออกแล้ว มือสังหารคงชำนาญวิชาที่เกี่ยวกับเงา เขาซ่อนตัวในเงามืดล่ว