งหน้า พอพวกเราถามปากคำ เขาก็ลงมือ อาศัยจังหวะที่ข้าวิ่งออกไป ใช้เงาหลบหนีไป”
“ถ้าตอนนั้นข้าขวางประตูไว้ คงไม่ปล่อยให้มือสังหารหนีไปได้ น่าเสียดายที่ตอนนั้นข้าโกรธเกินไป ไม่ได้คิดถึงจุดนี้!” พูดจบ หัวหน้าเว่ยก็ดื่มน้ำชาของตำรวจอีกสองนายจนหมดด้วยความโมโห
สองตำรวจมองหัวหน้าเว่ยอย่างงงๆ พวกเขายังไม่ทันได้ดื่มเลย
ลู่หยางยิ้มๆ ส่งหัวหน้าเว่ยผู้โกรธเกรี้ยวและตำรวจโชคร้ายสองนายที่แม้แต่น้ำก็ไม่ได้ดื่มกลับไป
เมิ่งจิ่งโจวส่งจิตถาม “ตามแผนเมื่อวาน จะฆ่าชิ่นหยวนหาวหรือ?”
เมื่อคืนหลังกลับมา ลู่หยางเล่าเรื่องที่เห็นมา เมื่อรู้ตำแหน่งของสาขาเหยียนเจียงแล้ว ชิ่นหยวนหาวก็ไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
สามคนวางแผนซุ่มโจมตีชิ่นหยวนหาวตลอดทั้งคืน
พูดให้ชัดคือ ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวปรึกษากัน หม่านกู่นั่งฟังอยู่ข้างๆ
“ไม่ต้องรีบ ข้ามีความคิดใหม่ ขอเตรียมการอีกหน่อย”
……
คนชุดดำเคาะประตูบ้านชิ่นหยวนหาวเบาๆ ผ่านไปนานก็ไม่มีคนมาเปิด
คนชุดดำก็รออยู่อย่างนั้น
ในที่สุด ประตูใหญ่ก็เปิดออก แต่ที่หน้าประตูไม่มีใคร ราวกับประตูเปิดเอง
ประตูใหญ่อ้าออก เหมือนปากปีศาจยักษ์ที่กำลังกลืนกินผู้คนไร้เดียงสา
คนชุดดำเดินเข้าไปในคฤหาสน์อย่างใจเย็น พอเขาเข้าไป ประตูก็ปิดดังปัง กลอนประตูเลื่อนปิด ขังคนชุดดำไว้ในบ้าน
คนชุดดำหยิบแผ่นกระดูกออกมา ประกาศเสียงดัง “ท่านชิ่นหยวนหาวอยู่หรือไม่ ข้าได้รับคำสั่งจากนายข้า มาเยี่ยมเยียนเป็