ตาชิ่นหยวนหาวอยู่”
“มีของสนุกให้ดู”
หม่านกู่งงๆ ถูกเมิ่งจิ่งโจวลากมาหลังร้าน เห็นเสือปีศาจที่คุ้นตา
“ปีศาจ คืนชีวิตพี่ลู่มา!”
หม่านกู่ตะโกนลั่นแล้วเข้าต่อย เขาคิดไม่ทัน นี่ต่อยจริง
เมิ่งจิ่งโจวเห็นท่าไม่ดีรีบกอดเอวหม่านกู่ไว้ ขอร้องพี่ชายชนเผ่าให้ใจเย็น “อย่าตี อย่าตี นี่คือลู่หยาง”
ผีปอบสองตนที่กำลังเสียบเนื้อในโถงหน้าได้ยินเสียงหลังร้าน อดรนทนไม่ไหววิ่งไปดู ตกใจจนวิญญาณแทบหลุด
คราวนี้เสือปีศาจฟื้นคืนชีพจริงๆ แล้ว!
เสือปีศาจลู่หยางกลอกตา ไม่มีอารมณ์สนใจพวกนี้ ตั้งใจคิดวิธีถอดสภาพเสือปีศาจ
เขาหลับตา ท่องคาถาคืนร่างเดิมสามครั้ง
เมื่อลู่หยางลืมตา ก็กลับคืนร่างเดิมแล้ว
หลังจากวุ่นวายอยู่พัก ทั้งสามคนจึงนั่งลงคิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น ผีปอบสองตนก็โล่งอก กลับไปเสียบเนื้อต่อ
คืนนี้ธุรกิจต้องดีกว่าเมื่อคืนแน่ ต้องเสียบเนื้อเพิ่ม
“เป็นอย่างนี้ ข้าเมื่อกี้กำลังฝึกมวยเลียนแบบ…” ลู่หยางค่อยๆ เล่า
หม่านกู่ได้ยินลู่หยางบอกว่าเมื่อกี้กำลังฝึกมวยเลียนแบบ รู้สึกโลกพังทลาย หลุดปากออกมา “นี่เจ้าฝึกมวยเลียนแบบหรือมวยแปลงกายกันแน่?”
ปราชญ์พูดถูก อ่านหนังสือหมื่นเล่มต้องเดินทางหมื่นลี้ ในตำราไม่มีเรื่องแบบนี้ ต้องติดตามพี่ลู่กับพี่เมิ่งให้มากกว่านี้
เห็นโลกกว้างแล้ว
เมิ่งจิ่งโจวก็ไม่ได้ดีไปกว่าหม่านกู่ มองลู่หยางด้วยสายตาแปลกๆ
นึกว่าเจ้าฝึกวิชา แต่เจ้าบอกว่าเมื่อกี้กำลังต่อยมวย?
ใครฝึกมวยแล้วได้ผลแบบเจ้า