าวให้คนเอากระดาษพวกนี้ไปแจกในตลาดมืด บนกระดาษต้องมีข้อมูลแน่ แค่ไม่รู้ว่าต้องอ่านยังไง”
“เป็นวิธีสื่อสารพิเศษของฝ่ายมารหรือ?”
เมิ่งจิ่งโจวพยักหน้า เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานของลู่หยาง “เป็นไปได้มาก พวกเขาที่ชอบแอบๆ ซ่อนๆ มักชอบทำรหัสลับอะไรพวกนี้”
“นี่เป็นกระดาษสำหรับผู้บำเพ็ญฝ่ายมารทั้งหมด ผู้บำเพ็ญฝ่ายมารทุกคนต้องอ่านออก พวกเราขั้นสร้างฐานยังมองไม่เห็นตัวอักษรบนกระดาษ ผู้บำเพ็ญฝ่ายมารขั้นฝึกลมปราณยิ่งไม่มีทางเห็น”
“ดังนั้นปัญหาไม่ได้อยู่ที่รหัสลับ แต่อยู่ที่กระดาษ”
ลู่หยางคิดแล้วคิดอีก เอากระดาษไปย่างบนถ่าน
“ทำอะไรน่ะ?” หม่านกู่งงงวย
ลู่หยางตั้งใจย่างกระดาษ พลางพูดลอยๆ “ข้าเคยอ่านในตำราว่า ใช้น้ำตาลเขียนตัวอักษรบนกระดาษ ตากแห้งแล้วกระดาษจะไม่มีตัวอักษร ต้องใช้ความร้อนสูงระเหยน้ำในน้ำตาล จะปรากฏตัวอักษรสีน้ำตาล”
เมิ่งจิ่งโจวกับหม่านกู่รู้สึกว่าความรู้นี้น่าสนใจ
ย่างอยู่ประมาณห้านาที กระดาษก็ยังไม่มีอะไร ลู่หยางจำต้องล้มเลิกวิธีนี้
ลู่หยางเรียกน้ำก้อนเล็กๆ ในฝ่ามือ แล้วบีบให้แตก ทันใดนั้นละอองน้ำก็กระเซ็นลงบนกระดาษขาว
“แล้วนี่ทำอะไรอีก?”
ลู่หยางอธิบาย “ของเหลวพิเศษอย่างน้ำยาล้างตัว น้ำยาซักผ้า ดูดซับน้ำได้ดีมาก ใช้ของเหลวพิเศษพวกนี้เขียนตัวอักษร ตากแห้งแล้วก็มองไม่เห็นอะไร มีเพียงพรมน้ำบนกระดาษ ใช้หลักการความเร็วในการดูดซับน้ำต่างกัน จึงจะเห็นตัวอักษร”
ดินแดนกลางดูเหมือนจะเป็นยุคโบราณ