เขามองลู่หยางแวบหนึ่ง แล้วมองเมิ่งจิ่งโจวแวบหนึ่ง ค่อยๆ ถามว่า “นี่เป็นชื่อที่พวกเจ้าตั้งหรือ?”
ลู่หยางพยักหน้า “ข้าตั้งชื่อร้านย่างลองอีกครั้ง”
เมิ่งจิ่งโจวก็พยักหน้า “ข้าตั้งชื่อร้านย่างขอบคุณที่อุดหนุน”
หม่านกู่รู้สึกว่าชื่อร้านย่างแกะๆๆ ที่ตนตั้งก็ธรรมดาไป
หม่านกู่เปิดชื่อของลู่หยางเป็นชื่อแรก ตามกฎ ร้านย่างก็จะชื่อ “ลองอีกครั้ง”
“เออใช่ ใครมีวิธีซ่อนพลังวิเศษบ้าง?” ลู่หยางถาม
ตอนอยู่บนถนน ลู่หยางสังเกตการหายใจของคนมากมาย ความสนิทกับพลังวิเศษต่างกัน แน่นอนว่าเป็นผู้บำเพ็ญ แต่ใช้จิตวิญญาณสำรวจกลับไม่สามารถตัดสินวิชาของอีกฝ่าย
หนึ่งสองคนมีวิชาสูงกว่าตนก็ยังพอเข้าใจได้ แต่ทุกคนมีวิชาสูงกว่าตน นี่ย่อมเป็นไปไม่ได้
มณฑลเหยียนเจียงต่างจากตำบลไท่ผิง มีผู้บำเพ็ญไม่น้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นทุกคนอยู่ขั้นสร้างฐาน
ลู่หยางคิดเล็กน้อยก็เข้าใจ วิชาสูงต่ำกำหนดสถานะสูงต่ำ อยากเดินในยุทธภพโดยไม่ถูกรังแก ต้องมีวิชาเหนือกว่า หรือไม่ก็ต้องซ่อนวิชา ทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าทำอะไรตามใจชอบ
พวกเขาออกมาโดยไม่ปิดบังเช่นนี้ เหมือนบอกทุกคนว่าพวกเขาสามคนเพิ่งออกจากบ้าน
อยากแทรกซึมเข้าลัทธิมาร ต้องแสร้งเป็นคนคร่ำหวอดในยุทธภพ
“ข้ามีนะ เป็นของที่บ้านเกิดใช้ตอนล่าสัตว์” หม่านกู่หยิบม้วนหนังแกะออกจากอก
“สัตว์ในป่าเถื่อนล้วนเจ้าเล่ห์ เห็นหญ้าไหวก็วิ่งหนี อยากล่าให้สำเร็จ ต้องซ่อนพลัง ซุ่มโจมตี”
เผ่าของหม่านกู่เป็นเผ่าใหญ่ใน