ิดร้านชาต่อไม่ได้ ในบ้านข้ามีผู้อาวุโสเชี่ยวชาญวิชาภาษา ข้าเคยอยู่ข้างกายเขาเรียนการพูด การแสดง การเล่นตลก การร้องเพลงมาพักหนึ่ง”
เมิ่งจิ่งโจวมีจิตวิญญาณความเป็นมืออาชีพ “ข้าเสนอให้เปิดโรงเดี่ยว ข้าแสดงตลกคนเดียว”
ลู่หยางชื่นชมเมิ่งจิ่งโจวที่มีความสามารถหลากหลาย “แต่ว่าแสดงตลกกลางวันคึกคัก กลางคืนไม่มีคน วิธีที่ดีที่สุดคือหางานที่เปิดกลางคืน เป็นสถานบันเทิง ต้องคึกคักหน่อย กินเหล้าสนุกสนาน ให้ทุกคนเล่นอย่างมีความสุข อย่างนี้พวกเราก็จะสังเกตชิ่นหยวนหาวจากชั้นสองได้ ชิ่นหยวนหาวก็จะไม่สังเกตเห็นพวกเรา”
เมิ่งจิ่งโจวฟังแล้วหน้าแดง ลังเลเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นความตื่นเต้น “งานที่เปิดกลางคืน หรือว่าเจ้าจะเปิด…”
ลู่หยางพยักหน้า “ใช่ ที่ข้าพูดคือร้านย่าง”
เมิ่งจิ่งโจว “…ใช่ ข้าก็คิดแบบนี้”
ลู่หยางคิดดีแล้ว ทำย่างง่าย ลงมือทำได้เลย ถึงจะไม่เคยทำ ย่างไหม้เกรียมสักสิบกว่าครั้งก็น่าจะทำเป็นแล้ว
“เรื่องย่างมอบให้ข้าได้” หม่านกู่ยิ้มอย่างมั่นใจ เพื่อพิสูจน์ความสามารถ ยังหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งจากอก บนนั้นเขียนว่า “สูตรย่างตำรับบรรพบุรุษ”
ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวคุ้นตาสูตรนี้มาก นี่ไม่ใช่สูตรย่างตำรับบรรพบุรุษที่ต้องใช้คะแนนบำเพ็ญร้อยคะแนนแลกในรายการแลกเปลี่ยนหรอกหรือ!
หม่านกู่ยิ้มซื่อๆ “ตอนข้าอยู่บ้านเกิด มักย่างสัตว์ป่ากินเอง หมีดำ หมูป่า กระต่าย อะไรพวกนี้ ข้าเห็นสำนักเวิ่นเต๋าซื้อของกินเยอะ แต่มีร้านย