น่อยก็หินใหญ่กลิ้งมา ทับคนตาย
“ใครจะมาวางค่ายกลเยอะแยะในบ้านตัวเอง กลัวว่าตัวเองจะกลับบ้านง่ายเกินไปหรือไง?” ลู่หยางอึ้ง รู้สึกว่าหม่านกู่มักคิดเรื่องแปลกๆ เสมอ
พูดอย่างนั้น แต่มีคบเพลิงก็ทำให้รู้สึกเหมือนผจญภัย
นอกถ้ำฝนตกหนัก ในถ้ำสามคนถือคบเพลิงค้นหาสมบัติ บรรยากาศนี้คิดดูแล้วน่าตื่นเต้น
“ใครจะพกคบเพลิงติดตัวมา?” เมิ่งจิ่งโจวเย้ย พวกเราเป็นผู้บำเพ็ญ มีวิชาควบคุมไฟตั้งอยู่ ไม่ใช้ จะใช้คบเพลิงทำไม?
“ต้องเปิดกว้างความคิด” ลู่หยางพูดพลางหยิบปาท่องโก๋ออกมา จุดประกายไฟใส่ ทันใดนั้นปาท่องโก๋ทั้งอันก็ลุกไหม้
ดูท่าจะไหม้ได้นาน
ลู่หยางถือปาท่องโก๋ที่ไหม้ทั้งอันไม่กลัวร้อน ภาคภูมิใจ
ของในโรงอาหารใช้ได้จริงๆ นอกจากกินได้ ตีได้แล้ว ยังใช้เป็นคบเพลิงได้อีก
หม่านกู่เข้าใจทันที ติดตามพี่ลู่ได้เรียนรู้อะไรจริงๆ
ลู่หยางถือปาท่องโก๋ที่จุดไฟเดินนำหน้า หม่านกู่และเมิ่งจิ่งโจวเดินตามติดๆ
ไม่มีกับดักอย่างที่หม่านกู่จินตนาการ
มีแต่รังของสัตว์ป่า
ของมีค่าแปลกๆ ของพ่อค้า ตำราประวัติศาสตร์ของนักปราชญ์ คัมภีร์ลับของนักรบ…
ของพวกนี้ไม่ต้องส่งให้สำนัก นับเป็นของรางวัลของพวกเขา
“อัญมณี ของเก่า…” ในสามคน เเมิ่งจิ่งโจวมีประสบการณ์มากที่สุด จึงรับหน้าที่แยกแยะที่มาของของเหล่านี้
“ถ้วยชาร้อยปี ไม่มีค่าเท่าไร” สำหรับผู้บำเพ็ญ เวลาร้อยปีเหมือนม้าขาววิ่งผ่านช่องเล็กๆ หลายครั้ง สั้นมาก ของในบ้านอะไรก็มีประวัติร้อยปี
ใ