ฉีอู๋ถวายเครื่องเซ่นแก่เทพภูเขาเสร็จก็รีบมานั่งล้อมวงกับทุกคน
ทุกคนตัวชุ่มน้ำโดนลมเย็นพัด สั่นสะท้านไปทั้งตัว
“เป็นแบบนี้ต่อไปคงป่วยแน่”
นายพรานแก่เดินไปที่มุม ประคองฟืนมากำหนึ่ง ยิ้มเผยฟันใหญ่ “พวกเรานายพรานบางครั้งมาหลบฝนที่นี่ จึงเก็บฟืนไว้ที่นี่ล่วงหน้า รอใช้วันนี้”
ฉีอู๋ดีใจมาก “ขอบคุณมากเลย”
นายพรานแก่ไม่ถือสา “ไม่เป็นไร อยู่ในป่าเขาก็ต้องช่วยเหลือกัน พรุ่งนี้ฝนหยุดแล้ว พวกเราค่อยไปเก็บฟืนมาเติมก็พอ”
ทุกคนช่วยกันวางฟืนบนร่องรอยการเผาไฟบนพื้น ฉีอู๋หยิบยันต์ไฟจุดกิ่งไม้อันหนึ่ง ยื่นกิ่งไม้เข้าไปในฟืนแห้ง เป่าและพัดเบาๆ ฟืนแห้งค่อยๆ ติดไฟ
เห็นเปลวไฟค่อยๆ ลุกขึ้น รู้สึกถึงความอบอุ่นจากเปลวไฟ มีคนถอนหายใจยาว
“ในที่สุดก็รอดตายแล้ว”
“พี่ใหญ่ฉี ท่านจะกินขนมข้าวเหนียวเหลืองหรือขนมข้าวเหนียวขาว?”
“เอาอย่างละอัน?”
คนหนึ่งแจกเสบียงแห้ง ทุกคนได้เสบียงแห้งแล้วก็เอาไปย่างไฟ
เมื่อกลิ่นหอมโชยออกมา อาเยว่หยิบขวดผักดองออกมา ให้ทุกคนทาบนขนม กัดคำหนึ่ง เค็มหอมเต็มปาก
“ฝีมือดองผักของอาเยว่เยี่ยมจริงๆ ข้าว่านะ อาเยว่ เจ้าเปิดร้านผักดองดีกว่า ทำไมต้องมาเป็นพ่อค้าเร่กับพวกเราด้วย?”
อาเยว่ิ้ม ไม่พูดอะไร
ฉีอู๋นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ จึงถาม “ลุงซุน ทำไมเมื่อกี้ท่านถึงถามอาเยว่ว่ามีคนผลักเขาลงไปหรือไม่?”
ฉีอู๋และคนอื่นๆ เพิ่งขึ้นเขาเป็นครั้งแรก ต้องการข้ามเทือกเขาไปขายของที่มณฑลชิงหวยอีกฝั่ง พวกเขาหาอยู