นติดต่อกัน แม้แต่ขนเสือก็ไม่เจอ ผู้บำเพ็ญสองคนนั้นคิดว่าพวกเราหลอกพวกเขา เสียเวลาเปล่า พวกเราอธิบายว่าอาจเป็นเพราะเสือปีศาจตั้งใจหลบพวกเขา ไม่กล้าออกมา ผู้บำเพ็ญสองคนนั้นไม่ฟังคำอธิบายของพวกเรา สะบัดแขนเสื้อจากไป”
“พวกเราไปหาทางการอีก ทางการไม่สนใจพวกเราแล้ว”
“พวกเราไม่มีทางเลือก คนส่วนใหญ่ออกจากภูเขาซงซาน ไปหาทางทำมาหากินที่อื่น เหลือแค่พวกเราสองสามคนแก่ๆ นอกจากล่าสัตว์แล้วทำอะไรไม่เป็น จึงอยู่ที่นี่”
“ต่อมาพวกเราพบว่า ตอนล่าสัตว์จะเจอนักเดินทางที่หายตัวไปพวกนั้น นักเดินทางพวกนั้นปรากฏตัวแบบผีๆ จู่ๆ ก็หายไปจากตรงหน้า จู่ๆ ก็โผล่มาผลักเจ้าที”
“บางครั้งข้าพาคนขึ้นเขา นักเดินทางพวกนั้นก็แกล้งทำเป็นบังเอิญเจอพวกเรา บอกว่าทางเดียวกัน จะขอไปด้วยได้ไหม ข้าจะกล้ารับปากได้อย่างไร รีบพาคนจากมาทันที?”
“คนรุ่นก่อนตอนมีชีวิตเคยพูดไว้ บอกว่าในโลกมีสิ่งหนึ่งเรียกว่าผีปอบ เสือปีศาจฆ่าคน คนก็กลายเป็นผีปอบ ช่วยเสือปีศาจหาเหยื่อ หลอกคนไปที่หนึ่ง ทำให้เหยื่อกลายเป็นผีปอบตัวใหม่”
“แต่การจัดการผีปอบก็ไม่ยาก แค่ปฏิเสธคำขอของผีปอบ ผีปอบก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้”
ฉีอู๋เข้าใจแล้ว ก่อนหน้านี้เขายังสงสัยว่าป่าเขากว้างใหญ่ขนาดนี้ ตามหลักควรมีนายพรานมากมาย ทำไมหาตั้งนานถึงหานายพรานได้สองสามครัวเรือน และนายพรานสองสามครัวเรือนนี้ยังอยู่ด้วยกัน
ที่แท้ก็เพราะเสือปีศาจบีบบังคับ
ฉีอู๋เห็นอาเยว่ลังเลอยู่ จึงถาม “อาเยว่ เจ้า