ลู่หยางมาที่แผงขายขนมปังอีกครั้ง
คนขายเป็นศิษย์พี่ผู้หญิง นวดแป้ง พักแป้ง นวดซ้ำ ทุบจนได้รูป ชำนาญราวกับฝึกมานานเหลือเกิน
ศิษย์พี่ฉีกแป้งเป็นก้อนเล็กๆ มือ ข้อมือ แขน ลำตัว… ใช้แรงทั้งร่างนวดแป้งให้เป็นรูปขนมปัง
ท่าทางแฝงหลักการบางอย่าง ดูเหมือนไม่ใช่แค่การนวดแป้งธรรมดา แต่เป็นวิธีฝึกการประสานงานของร่างกายด้วย
ศิษย์พี่วางแป้งขนมปังลงบนแท่นหลอม ยกค้อนเหล็กใหญ่ทุบอย่างแรง ส่งเสียงดังโครมคราม เปลวไฟกระเด็น ตกลงพื้นเผาเป็นรูเล็กๆ
ขนมปังผ่านการชุบน้ำเย็น น้ำเดือดพล่านในทันที ส่งเสียงฟู่ๆ ไม่นานขนมปังก็เสร็จ
ลู่หยางรู้สึกว่าได้เห็นอะไรใหม่ๆ เขาไป๋เลี่ยนมีความคิดสร้างสรรค์จริงๆ ผสมผสานอาหารกับการหลอมอาวุธได้อย่างลงตัว
“ขอขนมปังหนึ่งชิ้น”
ของในโรงอาหารถูกจริงๆ ลู่หยางเห็นของดีๆ ที่น่าสนใจมากมาย หากไม่ติดที่มีคะแนนบำเพ็ญจำกัด อยากซื้อหมดทุกอย่าง
…
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่หยางมาพบกับทั้งสองคนที่ประตูสำนักเวิ่นเต๋าตามนัด
“รอแค่เจ้าแล้ว” เมิ่งจิ่งโจวเห็นลู่หยางก็โบกมือ ด้านหลังเขามีรถม้าจอดอยู่ เป็นคันเดียวกับที่พาพวกเขามาสำนักเวิ่นเต๋าครั้งก่อน ม้าแก่ก็ตัวเดิม
มีเพียงคนที่สามที่เปลี่ยนจากศิษย์พี่ใหญ่อวี้จือเป็นหม่านกู่
หม่านกู่ขยันอ่านหนังสือ ระหว่างรอคนก็ยังเรียนรู้ เสื้อคลุมขงจื๊อตัวใหญ่ปิดมิดกล้ามเนื้อ ดูเหมือนบัณฑิตร่างสูงใหญ่จริงๆ
“ไม่ใช้เรือบินหรือ?” ลู่หยางเตรียมใจจะนั่งเรือบินแล้ว แม้วิชาย่