นพื้นที่เป็นนิ้วของเขาจะสะดวก แต่ก็ไม่เร็วเท่าเรือบิน
เขาละทิ้งการเรียนวิชาย่นพื้นที่เป็นนิ้วไปก่อน มุ่งเน้นการย่นและเป็นนิ้ว
เมิ่งจิ่งโจวตบรถม้า พูดอย่างภาคภูมิ “รถม้าของข้าเป็นของวิเศษ มีค่ายกลพื้นที่อยู่ภายใน พวกเรานั่งอยู่ข้างในรู้สึกว่ารถม้าเดินช้า แต่คนภายนอกกลับเห็นว่าเร็วเท่าเรือบิน”
คิดดูก็จริง ตระกูลเมิ่งอยู่ไกลถึงเมืองหลวง เมิ่งจิ่งโจวอาศัยรถม้าคันเดียวจากตระกูลเมิ่งมาสำนักเวิ่นเต๋า เป็นไปไม่ได้ที่ม้าแก่จะเดินมาทีละก้าว อย่างนั้นเดินปีหนึ่งก็ไม่ถึงสำนักเวิ่นเต๋า
รถม้าใช้ค่ายกลระหว่างเดินทางมาสำนักเวิ่นเต๋า เร็วจนลอยได้ เมื่อใกล้สำนักเวิ่นเต๋าจึงปิดค่ายกล ชะลอความเร็ว เพื่อแสดงความเคารพต่อสำนักเวิ่นเต๋า
ที่ลู่หยางเห็นคือรถม้าที่ชะลอความเร็วแล้ว
สามคนขึ้นรถม้า ภายในรถม้ายังกว้างขวางเหมือนเดิม จนถึงวันนี้ ลู่หยางถึงเข้าใจว่ารถม้าคันนี้มีค่าเพียงใด
“ว่าแต่ พวกเราจะไปไหนกัน? ภารกิจคืออะไร?”
“เอ๊ะ ที่แท้ข้ายังไม่ได้บอกเจ้าหรือ? พวกเราจะไปที่ชื่อว่ามณฑลชิงหวย รายละเอียดให้พี่หม่านกู่เล่าให้ฟังเถอะ เพราะเขาเป็นคนพบภารกิจนี้”
หม่านกู่สอดที่คั่นหนังสือระหว่างหน้า ปิดตำรา พูดอย่างช้าๆ
“เรื่องนี้ข้าได้ยินมาตอนออกไปทำภารกิจ จากผู้โดยสารบนเรือบิน เขาเป็นหัวหน้าพ่อค้า รู้เรื่องที่คนธรรมดาไม่รู้มากมาย เขาเล่าเรื่องที่แพร่สะพัดในหมู่พ่อค้าให้ข้าฟัง มีความน่าเชื่อถือพอสมควร”
“ระหว่างมณฑลช