งดูมาหลายอย่างแล้ว ไม่มีอะไรถูกใจ จึงถามศิษย์พี่ที่เฝ้าอยู่
“ศิษย์พี่ พรุ่งนี้ศิษย์น้องจะออกไปฝึกฝน อยากซื้อของป้องกันตัวบ้าง มีอะไรแนะนำไหม?”
ศิษย์พี่รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาบึ้งตึง ทำให้เด็กร้องไห้หยุด ดูเหมือนเป็นเป้าหมายที่วีรบุรุษผู้ช่วยคนต้องกำจัด
ศิษย์พี่มองลู่หยางแวบหนึ่ง รู้สึกว่าไม่คุ้นหน้า จึงนึกขึ้นได้ว่าลู่หยางคือศิษย์น้องที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่
นึกถึงว่าในที่สุดตนก็มีคนเรียกว่าศิษย์พี่ สีหน้าจึงอ่อนลงบ้าง
หลายปีแล้ว ในที่สุดก็ไม่ใช่ศิษย์ที่อ่อนแอที่สุดอีกต่อไป
“วางแผนใช้คะแนนบำเพ็ญกับหินวิเศษเท่าไหร่?”
“สามร้อยคะแนนบำเพ็ญ ไม่มีหินวิเศษ”
“ข้าแซ่หลี่ ชื่อต้าน เจ้าเรียกข้าว่าพี่หลี่ก็ได้ เจ้าอยู่ขั้นสร้างรากฐานต้น ของที่ใช้ได้ระดับไม่สูงนัก คะแนนบำเพ็ญที่ต้องใช้ก็ไม่มากหรอก”
หลี่ต้านดูหน้าตาดุร้าย แต่จริงๆ แล้วเป็นคนใจดีมาก
พี่หลี่เลื่อนรายการแลกเปลี่ยนอย่างคล่องแคล่ว แนะนำอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ “กระจกป้องใจร้อยศึก ติดไว้ที่หน้าอก รับการโจมตีเต็มกำลังหนึ่งครั้งจากผู้อยู่ขั้นสร้างรากฐานถึงขีดสุดได้ ใช้แค่สองร้อยคะแนนบำเพ็ญ”
ตอนที่ลู่หยางกำลังพิจารณาว่าจะซื้อไว้เอาชีวิตรอดดีหรือไม่ ก็ได้ยินเสียงขี้อายพูดว่า “ศิษย์… ศิษย์น้องลู่ จริงๆ แล้วเจ้าไม่ต้องซื้อกระจกป้องใจที่นี่หรอก ขนมปังในโรงอาหารก็รับการโจมตีเต็มกำลังหนึ่งครั้งจากผู้อยู่ขั้นสร้างรากฐานถึงขีดสุดได้ แถมยังถูกกว่านี้ด้วย”