บตา บำเพ็ญต่อ พร้อมกับลมเย็นพัดมา ข้างหูมีเสียงแก่ชราและอาลัยอาวรณ์ ทำให้คนขนลุก ราวกับตกลงในบ่อน้ำแข็ง
“ศิษย์รักของข้า เจ้าจะขังอาจารย์ไว้อีกนานเท่าไร?”
เสียงนั้นราวกับดังมาจากนรกขุมลึก ขนลุกซู่ สันหลังเย็นวาบ!
“อาจารย์สอนเจ้าสองสามครั้ง ที่เจ้าบำเพ็ญถึงขั้นนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย อาจารย์ภูมิใจในตัวเจ้า”
“คำโบราณว่า เป็นอาจารย์วันเดียวเป็นพ่อไปชั่วชีวิต เจ้าไม่อาจละเลยบุญคุณการสั่งสอนของอาจารย์ ขังอาจารย์ไว้ที่นี่”
“สำนักเวิ่นเต๋าสิบปีไม่มีเจ้าสำนัก เจ้าทำหน้าที่เจ้าสำนักแทนอาจารย์ ไม่กลัวคำนินทา กระทบภาพลักษณ์ศิษย์พี่ใหญ่อันเจิดจรัสของเจ้าหรือ?”
“เจ้ารับศิษย์แทนอาจารย์ รับอัจฉริยะด้านกระบี่คนนี้มาก็แล้วไป อาจารย์ไม่ซักไซ้ให้ลึก”
“แต่เจ้าก็ควรปล่อยอาจารย์ออกมา ให้อาจารย์ได้พบศิษย์คนนั้นบ้าง มีตัวจริงอยู่ไม่กราบ กลับให้กราบแค่ภาพวาดของอาจารย์ หากเล่าออกไปจะไม่ถูกคนหัวเราะเยาะหรือ?”
เสียงแฝงอำนาจวิเศษบางอย่าง กระตุ้นสายใจ ทำให้คนอยากเชื่อฟังโดยไม่รู้ตัว ปลดผนึก ปล่อยเจ้าของเสียงออกมา
อวี้จือมุ่งมั่นบำเพ็ญ ไม่สนใจ
เสียงชราเห็นอวี้จือไม่หวั่นไหว พันคำหมื่นคำกลายเป็นเสียงถอนใจยาว หายวับไป ราวกับไม่เคยปรากฏ
อวี้จือนั่งผันหัวใจทั้งห้าสู่สวรรค์ ทุกอย่างยังคงเดิม