ลู่หยางทั้งสามค่อยๆ หลบสายตา พยายามลดการมีตัวตนลง
ดูจากสีหน้าเคร่งเครียดของศิษย์พี่ทั้งห้า คงมีความคิดจะฆ่าปิดปากด้วยซ้ำ
“พูดถึงเรื่องนี้ เจ้าลองทายดูไหมว่าข้าสั่งอาหารอะไรให้เจ้าบ้าง รับรองว่าล้วนเป็นของที่เจ้าชอบกินทั้งนั้น” เมิ่งจิ่งโจวกระซิบ กลัวจะดึงความสนใจจากศิษย์พี่ทั้งห้าที่กำลังกินอาหารจากหมูเพิ่งฆ่า
ลู่หยางงุนงง เมิ่งจิ่งโจวจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาชอบกินอะไร
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าศิษย์พี่ลู่ชอบกินอะไร?” เถาเหยาเย่ถามเสียงเบากว่า
เมิ่งจิ่งโจวชูนิ้วโป้ง ยิ้มเผยฟันแปดซี่ “ข้าถามศิษย์พี่ใหญ่มาโดยเฉพาะ”
ลู่หยางรู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที
“เต้าหู้หมักมาแล้ว!”
“เต้าหู้อ่อนทำสด!”
“เต้าหู้ราดต้นหอม”
“เต้าหู้หม่าโผ”
เซี่ยวเอ้อประกาศชื่อเมนูพลางยกอาหารมาเสิร์ฟ งานเลี้ยงเต้าหู้ที่ทั้งรูป รส กลิ่น ครบครันปรากฏตรงหน้าลู่หยาง แม้แต่เถาเหยาเย่ที่ไม่ค่อยสนใจเต้าหู้ ได้กลิ่นหอมก็อยากกินสักมื้อ
ทุกครั้งที่เซี่ยวเอ้อตะโกน ใบหน้าของลู่หยางก็ซีดลงหนึ่งส่วน
เมิ่งจิ่งโจวภูมิใจเล็กน้อย “ศิษย์พี่ใหญ่บอกว่า มีช่วงหนึ่งที่เจ้าไม่กินอย่างอื่นเลย กินแต่เต้าหู้ทุกวัน ทุกมื้อ แม้แต่ในฝันยังพูดอะไรเกี่ยวกับ ‘เทพเต้าหู้’”
“ข้าคิดว่าเจ้าคงชอบกินเต้าหู้มาก”
“ไม่ต้องซาบซึ้งหรอก ญาติข้าบอกว่า เวลาเลี้ยงคน ต้องสืบให้รู้ว่าเขาชอบอะไร จึงจะแสดงความจริงใจได้ ข้าแม้ไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดญาติส่วนใหญ่ แต่เรื่องนี้ข้าเห็น