ด้วย”
“ข้าตั้งใจมาสั่งงานเลี้ยงเต้าหู้ที่หอไป๋เซียง อย่าดูถูกอาหารพวกนี้ ดูธรรมดาแต่ใช้ถั่วเลือกคัดพิเศษหนึ่งในพัน เครื่องเทศล้วนเป็นสมุนไพรวิเศษเก่าแก่ แม้แต่น้ำก็ใช้น้ำบริสุทธิ์ที่ได้จากการละลายน้ำแข็งวิเศษจากดินแดนเหนือสุด…”
ใบหน้าลู่หยางซีดกว่าเต้าหู้เสียอีก
เจ้าสืบมาได้ความชอบอะไรกัน!
…
เมื่อลูกค้ากินอิ่มหนำ ตบท้องป่องกลับไป เซี่ยวเอ้อเช็ดโต๊ะ จัดเก้าอี้ เก็บถ้วยชามเสร็จ มีเวลาว่างจึงนึกถึงคำถามของลู่หยาง
กินยาอดอาหารแล้ว นับว่ากินข้าวหรือนับว่าอดอาหาร?
ดูเหมือนคำถามธรรมดา แต่แฝงความลึกซึ้ง คิดแล้วคิดอีกยิ่งรู้สึกว่ามีปรัชญา
ดูท่าปีนี้รับศิษย์ใหม่มา มีคนที่มีสติปัญญาสูงส่ง อนาคตต้องมีผลงานแน่!
“เฮ้ พ่อครัว ถามอะไรหน่อย” เซี่ยวเอ้อเข้าครัว โยนคำถามให้คนฆ่าหมู
ความร้อนอบอ้าวในครัว หากผู้บำเพ็ญขั้นฝึกลมปราณโดนเข้า โชคดีก็ติดโรคพิษไฟ ทรมานไปชั่วชีวิต โชคร้ายก็เผาอวัยวะภายในทะลุ เหลือแต่โครงกระดูก
การปรุงวัตถุดิบวิเศษ สมุนไพรหายาก ใช้ไฟธรรมดาย่อมไม่ได้ แค่จะลนขนหมูป่าขั้นทารกแรกกำเนิด อย่างน้อยต้องใช้เปลวไฟที่ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำปลายขั้นเสกสร้าง เปลวไฟระดับนี้อานุภาพน่าสะพรึงยิ่ง
เซี่ยวเอ้อไม่สนใจความร้อนน่ากลัวในครัว ใช้ผ้าขนหนูบนบ่าพัดเบาๆ ความร้อนก็หายวับ แทนที่ด้วยความเย็นสบาย
“มีอะไร? อยากเรียนวิธีฆ่าหมูหรือ?”
เซี่ยวเอ้อถลึงตา “ข้าจะเรียนทำไม? ข้านึกถึงปรัชญาเกี่ยวกับการทำอา