หารขึ้นมาข้อหนึ่ง มาลองถามเจ้าดู”
พ่อครัวที่กำลังล้างเตาดีใจ วางแปรงทิ้ง ไขว้ห้างนั่ง “ถามมา”
“เจ้าว่ากินยาอดอาหารแล้ว นับว่ากินข้าวหรือนับว่าอดอาหาร?”
พ่อครัวหัวเราะเย้ยหยัน คิดจะตอบทันที แต่กลับพูดไม่ออก
ใช่สิ นับว่ากินหรือนับว่าอดกันแน่?
พ่อครัวมองเซี่ยวเอ้ออย่างสงสัย “ไม่ถูก ความฉลาดของเจ้าใครๆ ก็รู้ ด้วยสมองของเจ้าจะคิดคำถามแบบนี้ได้อย่างไร?”
เซี่ยวเอ้อโกรธ “ไอ้คนฆ่าหมู ข้าบอกให้รู้ อย่าดูถูกคน!”
“งั้นคำถามนี้เป็นเจ้าคิดเองหรือ?”
“ไม่ใช่”
สองคนปรึกษากัน เห็นว่าสมองระดับพวกเขาคิดเรื่องนี้ยังเร็วไป จึงนำคำถามไปถามเจ้าของหอ
กลิ่นชาหอมกรุ่น จับตัวเป็นอักษรโบราณลึกลับ เจ้าของหอรินชา อุ่นถ้วย… ดื่มชา เคลื่อนไหวดั่งสายน้ำ ชวนชื่นตาชื่นใจ
เจ้าของหอเป็นหญิงงามสง่า ผิวขาวดั่งหยก บนหน้าผากมีดวงดาวประหลาดจางๆ
นางมองเซี่ยวเอ้อกับพ่อครัวอย่างระอา รู้สึกว่าพวกเขาคงมีชีวิตที่ว่างเกินไป ถึงได้มีเวลาคิดคำถามไร้สาระเช่นนี้
“พวกเจ้าอย่าให้ชื่อยาอดอาหารหลอก ยาอดอาหารไม่ได้มีไว้อดอาหาร แต่เป็นยาที่ทำจากอาหาร ค่อยๆ ย่อยในท้อง เพื่อให้ไม่ต้องกินอาหารเป็นเวลานาน”
“ยาอดอาหารแท้จริงคืออาหาร”
“เข้าใจหรือไม่?”
พ่อครัวพยักหน้าเข้าใจ “เข้าใจแล้ว ดังนั้นผู้หลอมโอสถที่หลอมยาอดอาหารก็เป็นเพื่อนร่วมอาชีพกับข้า”
เซี่ยวเอ้อหัวเราะเยาะ “อย่าเอาหน้าไปแปะทอง อย่างมากเจ้าก็เป็นเพื่อนร่วมอาชีพกับเด็กที่คอยพัดไฟให้ผู้ห