ซังจ้งเถียนพูดเสียงเบา “ข้าย่องเท้าเบาๆ เดินในอุโมงค์ที่ทั้งเย็นและแห้ง สองข้างทางมีหยกเรืองแสงขนาดเท่ากำปั้นที่ส่องแสงมานานหลายปี แสงสีฟ้าอ่อนๆ ส่องให้เห็นแค่เงาร่าง แม้แต่ใบหน้าก็มองไม่ชัด ข้ารู้สึกตลอดว่ามีคนมองอยู่ มองจนขนลุกซู่ แต่หันกลับไปก็ไม่พบอะไร ตอนนั้นคิดว่าเป็นแค่ความรู้สึก”
“ข้าเดินตามแสงไปตามทางขรุขระ มาถึงห้องหลักของสุสาน”
“ขนาดของห้องหลักทำให้คนตะลึง ข้าชั่วขณะนั้นถึงกับลืมไปว่าที่นี่คือห้องสุสานที่มืดน่ากลัว”
ซังจ้งเถียนหลับตาลงครู่หนึ่ง ดูเหมือนกำลังรำลึกถึงรายละเอียดของภาพที่เห็นในตอนนั้น หลังจากรำลึกเสร็จจึงค่อยๆ เอ่ยปาก “ข้าไม่เคยเห็นห้องสุสานที่ใหญ่โตถึงเพียงนี้ เพดานสูงราวกับฟากฟ้า ใต้ฟากฟ้านั้น ทหารดินเผาถือหอกทองแดงคมกริบ ซื่อสัตย์คุ้มครองเจ้านาย เครื่องบรรณาการงดงามมากมาย จัดวางเป็นแปดทิศ แฝงความหมายของกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์”
“ศพตายมาหลายร้อยปี แต่คลื่นพลังน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากโลงศพยังทำให้ข้าใจสั่น ราวกับว่าผู้เฒ่าขั้นทารกแรกกำเนิดยังไม่ตาย เพียงแต่หลับอยู่ อาจตื่นขึ้นมาเมื่อไรก็ได้”
“ลังเลไม่ใช่นิสัยของข้า ข้าตัดสินใจทันที ม้วนเครื่องบรรณาการไปครึ่งหนึ่ง ตอนที่กำลังจะจากไป กลับได้ยินเสียงฝีเท้าไม่ไกล เสียงฝีเท้าสะท้อนในห้องสุสานที่ว่างเปล่า ทำให้คนขนลุกโดยไม่รู้ตัว”
“แล้วเกิดเรื่องน่าสะพรึงกลัวที่ไม่เคยเจอมาตลอดหลายปีในวงการ”
พูดถึงตรงนี้ ลู่หยางและเถา