เหยาเย่ก็โน้มตัวไปข้างหน้า อยากฟังตอนต่อไป
ซังจ้งเถียนแสดงสีหน้าเจ็บปวดอย่างยิ่ง เสียงสั่น “ข้าเจอลูกหลานของผู้เฒ่าขั้นทารกแรกกำเนิดมาไหว้บรรพบุรุษ!”
“อะไรนะ?” ลู่หยางและเถาเหยาเย่ได้ยินชัด แค่ยังไม่ทันตั้งตัว
“พวกเขาถือของเซ่นไหว้และอาวุธวิเศษ มาไหว้บรรพบุรุษ สวดขอให้ตระกูลมั่นคง ออกดอกออกผล สอบได้ตำแหน่ง ระหว่างทางไปไหว้ พวกเขาสังเกตเห็นข้าขโมยของในห้องสุสาน จึงรุมเข้ามาจับข้า ตอนนั้นน่ากลัวมาก นึกถึงตอนนี้ยังเหงื่อเย็นซึมที่หน้าผาก”
“…ข้าว่าปฏิกิริยาของพวกเขาก็ปกติดี” ลู่หยางพูดตามตรง ที่เจ้าของไม่ฆ่าเจ้าคาที่ถือว่ามีมารยาทดีแล้ว
“นี่คือความน่าสะพรึงกลัวที่ท่านว่า?” เถาเหยาเย่ถาม
ซังจ้งเถียนเกาศีรษะ ไม่เข้าใจปฏิกิริยาของทั้งสอง “ใช่สิ ขุดสุสานเจอลูกหลานเจ้าของสุสาน ยังมีอะไรน่ากลัวกว่านี้อีกหรือ?”
“แล้วต่อมาเป็นอย่างไร?”
“แล้วข้าก็โดนพวกเขาซ้อม ซ้อมจนวิชาตกจากขั้นฝึกลมปราณช่วงสูงสุดเหลือแค่ขั้นกลาง ถูกส่งเข้าคุก ทางการให้ข้าชดใช้ของที่เคยขโมยมาทั้งหมด แล้วจำคุกสิบปี ออกจากคุกแล้วข้าตัดสินใจวางมือ เริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อีก”
“พูดตามตรง”
“ไม่กล้าเจอคนในวงการ”
“…”
ซังจ้งเถียนจริงใจจนทั้งสองไม่รู้จะพูดอะไรดี
หลังจากซังจ้งเถียนจัดการฝังศพไร้ผิวหนังของผู้ดูแลจางแล้ว ก็เชิญลู่หยางและเถาเหยาเย่พักอีกคืนค่อยไป แต่เถาเหยาเย่ปฏิเสธ
หากไม่ใช่เพื่อล่อให้ปีศาจหนังคนลงมื