ว้
“ตอนที่เจ้าวางยาพิษในห้องข้า ทำไมไม่บอกข้าล่วงหน้า?” เถาเหยาเย่ยังติดใจเรื่องนี้
โชคดีที่นางมีร่างเซียนผีเสื้อที่ต้านทานพิษทั้งปวงได้ดีเยี่ยม ไม่อย่างนั้นนางก็คงเป็นเหมือนผู้ดูแลจาง เป็นโรคเท้าเปื่อยไปแล้ว
สาวงามเป็นโรคเท้าเปื่อย จะดูได้อย่างไร?
ลู่หยางยักไหล่ แน่นอนว่าเขาวางยาพิษก็ต่อเมื่อรู้ว่ายาพิษไม่มีผลกับเถาเหยาเย่ “ข้าบอกเจ้าแล้ว”
“เมื่อไหร่?”
“ตอนกินข้าว ใช้สายตาบอก”
“อ๋อ ที่แท้เจ้าไม่ได้เอื้อมไม่ถึงจาน ให้ข้าส่งจานให้?”
“ข้าไม่ใช่คนตื้นเขินเช่นนั้น”
สองคนกลับถึงสำนักเวิ่นเต๋าสำเร็จ พอดีเมิ่งจิ่งโจวก็เพิ่งทำภารกิจเสร็จ กำลังบ่นกับพี่ศิษย์ที่มอบหมายภารกิจ
“ศิษย์น้องเมิ่งจิ่งโจว ภารกิจของเจ้าง่ายมาก ทำไมถึงโดนจิ้งจอกปีศาจร้องเรียนว่าท่าทีมีปัญหา ไม่ยอมร่วมมือ?” พี่ศิษย์ผู้นี้รู้สึกแปลก แค่มอบคู่มือวิชาคู่บำเพ็ญ จะมีปัญหาท่าทีอะไรได้?
“พี่ศิษย์ ท่านต้องตรวจสอบจิ้งจอกตัวนั้น ต้องมีปัญหาแน่ ข้าแค่ไปมอบวิชาคู่บำเพ็ญ นางกลับเรียกร้องให้ทดสอบของ อยากร่วมบำเพ็ญวิชาคู่บำเพ็ญกับข้า ดูว่าจริงหรือปลอม”
เมิ่งจิ่งโจวพูดอย่างโกรธเคือง “หากไม่ใช่เพราะข้าต้องรักษารากฐานหยางบริสุทธิ์ไว้ ข้าก็คงร่วมบำเพ็ญกับนางไปแล้ว!”
ไม่รู้ว่าเขาโกรธที่ตนมีรากฐานหยางบริสุทธิ์ พลาดโอกาสพบรักไป หรือโกรธที่จิ้งจอกปีศาจดูถูกจิตใจแสวงหาธรรมะของเขา
ลู่หยางเห็นพี่ศิษย์ที่มอบหมายภารกิจก็ทำหน้าจนใจ จึงเข้าไปช่วย “