ความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่พูดได้ไม่จำเป็นต้องเป็นสัตว์ปีศาจเสมอไป อาจเป็นแค่นกแก้วก็ได้
“นี่มันนกปีศาจบ้าอะไรกัน!”
ลู่หยางโกรธจัด ใช้พลังดึงดูดในฝ่ามือ ดึงนกแก้วเข้ามาในทันที นกแก้วไม่ทันได้มีโอกาสตอบสนอง ก็ถูกจับได้เสียแล้ว
ผู้ใหญ่บ้านก็ทำแบบนี้ได้ แต่เขานึกว่านี่เป็นสัตว์ปีศาจขั้นฝึกลมปราณหรือขั้นสร้างฐาน จึงไม่กล้าทำเช่นนี้
“ปีศาจ! มีปีศาจ!” นกแก้วร้องจ๊อกๆ แจ๊กๆ ไม่หยุด
เถาเหยาเย่ได้ยินเสียงในห้อง รีบไปดู อารมณ์ก็ไม่ต่างจากลู่หยาง
การทำภารกิจสำเร็จเป็นเรื่องดี ไม่ต้องต่อสู้ก็เป็นเรื่องดี แต่ปัญหาคือ เดินทางไกลจากสำนักเวิ่นเต๋า นั่งเรือบินสามวัน แค่เพื่อมาจับนกแก้วตัวหนึ่ง?
จะเขียนรายงานภารกิจอย่างไร พูดออกไปคนก็ต้องหัวเราะเยาะ
ชาวตำบลไท่ผิงประสบการณ์น้อย ไม่รู้จักนกชนิดนี้ที่มาจากป่าดงดิบ แต่ลู่หยางและเถาเหยาเย่รู้จักมันดี นี่เป็นความรู้พื้นฐานที่สุดในสำนักเวิ่นเต๋า
“สมแล้วที่เป็นท่านเต๋า จับนกปีศาจได้ง่ายดายเช่นนี้!” เมื่อผู้ใหญ่บ้านและคนอื่นๆ รู้ว่าจับนกแก้วได้แล้ว ต่างก็ชมเชยลู่หยาง บอกว่าวิชาของเขาล้ำลึก
สองคนได้แต่จนใจ อธิบายให้ทุกคนฟังอย่างใจเย็นว่า นี่เป็นนกธรรมดามาก เพียงแต่ไม่ค่อยพบในดินแดนตอนเหนือ
“นกแก้ว… หรือที่พวกท่านเรียกว่านกปีศาจนี่ เก่งที่สุดคือการเลียนเสียงคนพูด”
“เลียนเสียงคนพูด เลียนเสียงคนพูด” นกแก้วร้องไม่หยุด ลู่หยางบีบจะงอยปากนกแก้ว อธิบายต่อก